ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 248/2477

ประเด็นกฎหมาย

การที่ศาลอุทธรณ์แก้คำพิพากษาศาลเดิมเฉพาะข้อเพิ่มโทษเป็นการแก้ไขมากหรือไม่ และคู่ความมีสิทธิฎีกาในข้อเท็จจริงได้หรือไม่

หลักกฎหมาย

ข้อเพิ่มโทษหรือไม่เพิ่มเป็นประเด็นสำคัญในคดี การที่ศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ศาลเดิมเฉพาะข้อเพิ่มโทษเป็นการแก้ไขมาก คู่ความจึงมีสิทธิฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติลักษณฎีกาอุทธรณ์

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษาให้ลงโทษและเพิ่มโทษจำเลยตามศาลเดิม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ศาลเดิมตัดสินลงโทษจำเลยตามมาตรา 2583 และเพิ่มโทษตามมาตรา 72 อีก 1 ใน 3 รวมจำคุก 2 ปี 8 เดือน ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยพ้นโทษครั้งแรกมากว่า 5 ปีแล้ว จึงให้ยกข้อเพิ่มโทษเสีย นอกจากนี้ยืนตามศาลเดิม ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยพ้นโทษครั้งแรกมายังไม่เกิน 5 ปี

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • มาตรา ๓ แห่ง พระราชบัญญัติลักษณฎีกาอุทธรณ์

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 248/2477อัยยการชุมพรโจทก์นายเที่ยง กับพวกจำเลย วิธีพิจารณาอาชญา พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2469 ม. 3 - 6แก้มาก ศาลเดิมตัดสินลงโทษจำเลยตามมาตรา 2583 กับให้เพิ่มโทษจำเลยตาม ม.72 อีกด้วย แต่ศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ให้ยกฉะเพาะข้อเพิ่มโทษจำเลยเสียดังนี้ เป็นการแก้ไขมากคู่ความมีสิทธิฎีกาในข้อเท็จจริงได้ศาลเดิมตัดสินว่าจำเลยมีผิดตามมาตรา ๒๕๓ ให้จำคุกไว้ ๒ ปีกับให้เพิ่มโทษตามมาตรา ๗๒ อีก ๑ ใน ๓ รวมเป็นโทษ ๒ ปี ๘ เดือน ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยพ้นโทษครั้งแรกมากว่า ๕ ปี แล้วฉะนั้นจะเพิ่มโทษตามมาตรา ๗๒ ไม่ได้ จึงให้ยกข้อเพิ่มโทษเสียนอกจากนี้ยืนตาม ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเพิ่มโทษหรือไม่เพิ่มเป็นประเด็นสำคัญในคดีควรวินิจฉัยว่าศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ศาลเดิมมากคู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา ๓ แห่ง พระราชบัญญัติลักษณฎีกาอุทธรณ์ แลฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยพ้นโทษครั้งแรกมายังไม่เกิน ๕ ปี จึงให้ลงโทษแลเพิ่มโทษจำเลยตามศาลเดิม(นล-พรหม-อมาตย์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ