การสมคบกันในความผิดอาญา และตัวการอาจรับโทษไม่เท่ากัน
การสมคบกันต้องมีการร่วมใจกระทำความผิด หากจำเลยคนใดไม่ได้ร่วมสมคบกับผู้อื่น ก็ไม่ต้องรับผิดในฐานะตัวการร่วม และตัวการแต่ละคนอาจรับโทษไม่เท่ากันตามพฤติการณ์
ศาลฎีกาพิพากษาว่า จำเลย ค. และ ผ. มีความผิดตามมาตรา 249 ให้จำคุกคนละ 20 ปี และ 15 ปี ตามลำดับ ส่วนจำเลย ม. ไม่ได้สมคบกับ ค. และ ผ. คงมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายนายเม้งตามมาตรา 254 กระทงเดียว ให้จำคุก 1 ปี
จำเลย ค. และ ผ. ร่วมกันแทงผู้ตายจนตาย ส่วนจำเลย ม. ซึ่งเป็นผู้ไปเรียกผู้ตายมา แต่ไม่ได้ร่วมแทงและยืนอยู่เฉยๆ ต่อมาได้แทงบุคคลอื่นบาดเจ็บ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 614 - 615/2474อัยยการราชบุรีโจทก์นายหมา บุญสู่ นายคล้อย บุญสู นายผ่อง บุญสูจำเลย อาชญา ม. 6 วิธีพิจารณาอาชญา กิริยาอย่างไรเรียกว่าสมคบกัน ตัวการอาจรับโทษไม่เท่ากันได้ได้ความว่า ม.จำเลยไปเรียกนายเต๊บผู้ตายที่บ้านเพื่อขอต้ายส่องทางนายเต๊ปถือต้ายลงไปเพื่อส่งให้ ค.จำเลยก็เอามีดแทงนายเต๊บ ๑ ที แล ผ.จำเลยแทงซ้ำอีก ๑ ที แล้ว ค.กับ ผ.วิ่งหนีไป ส่วน ม.ยังยืนอยู่ตามเดิม ทันใดนั้นนายเม้งลงไปถามว่าอะไรกัน ม.กลับแทงเอานายเม้งอีก แล้วก็วิ่งหนีไป ปรากฎว่า ต.ตายในคืนนั้น ส่วนนายเม้งมีบาดเจ็บจากราวนมไปถึงต้นแขนลึกถึงกะดูก รักษาเกือบ ๒๐ วันจึงหายดังนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ค.ผ.จำเลยมีผิดตาม ม.๒๔๙ ให้จำคุก ค.๒๐ ปี ผ.๑๕ ปี ส่วน ม.นั้นหาได้สมคบกับ ค. แล ผ.ด้วยไม่ ม.มีผิดฐานทำร้ายนายเม้งตาม ม.๒๕๔ กะทงเดียวให้จำคุก ๑ ปี(วิชัย-พิพาก-พรหม)หลวงวิบูลบัณฑิตกิจ - นาย+ - แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ