ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 623/2474

ประเด็นกฎหมาย

การลงโทษจำเลยเรียงกระทงโดยไม่แยกฟ้องแยกพิจารณาชอบหรือไม่

หลักกฎหมาย

การที่จะให้รวมฟ้องและรวมพิจารณาหรือไม่นั้นอยู่ในดุลยพินิจของศาล และการลงโทษเรียงกระทงไม่จำเป็นต้องแยกฟ้องแยกพิจารณาเสมอไป

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยใช้อำนาจอั้งยี่ขู่เอาเงินจากเจ้าทรัพย์ 4 ราย ต่างวาระต่างสถานที่ และทำร้ายร่างกายเจ้าทรัพย์อีกคนหนึ่ง ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามมาตรา 268 กระทงเดียว ศาลอุทธรณ์แก้เป็น 4 กระทง จำเลยฎีกาว่าต้องแยกฟ้องแยกพิจารณา

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 623/2474อัยยการปราจียบุรีโจทก์นายปั๊กห่าน นายจิ้นเป้งหรือจำเลย อาชญา ม. 268 - 71 วิธีพิจารณาอาชญา พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2469 จำเลยทำผิดหลายกะทง ศาลจะสั่งให้รวมฟ้องแลรวมการพิจารณาหรือไม่อยู่ในดุลยพินิจของศาล การที่จะลงโทษจำเลยเรียงกะทงนั้นไม่จำเป็นต้องแยกฟ้องแยกพิจารณาก็ได้ แก้มาก ศาลเดิมลงโทษจำเลยตาม ม.268 กะทงเดียว ศาลอุทธรณ์แก้ลงโทษจำเลยเป็น 4 กะทงตามบทเดิมดังนี้ จำเลยฎีกาได้คดีนี้ จำเลยใช้อำนาจอั้งยี่ไปขู่เอาเงินจากพวกเจ้าทรัพย์รวม ๔ รายโดย จำเลยได้กระทำต่างวาระ และต่างสถานที่กัน กับ จ. จำเลยได้ต่อยพวกเจ้าทรัพย์คน ๑ อีด้วย ศาลเดิมให้จำคุกจำเลยคนละ ๑ ปี ตาม ม.๒๖๘ แลมให้จำคุก จ.จำเลยตาม ม.๓๓๔ ข้อ ๓ อีกกะทงหนึ่ง ๑๕ วัน ศาลอุทธรณ์แก้ว่าจำเลยมีผิดตาม ม.๒๖๘ รวม ๔ กะทงจึงให้จำคุกจำเลยกรณีละ ๑ ปี รวมเป็นคนละ ๔ ปี จำเลยฎีกาว่าควรต้องแยกฟ้องแลแยกพิจารณาจึงจะลงโทษจำเลยเป็นราย ๆ ได้ ศาลฎีกาเห็นว่าการที่จะให้รวมฟ้องแลรวมพิจารณาหรือไม่นั้นอยู่ในดุลยพินิจของศาล แลการที่จะลงโทษเรียงกรณีย์เป็นราย ๆ ไปนั้น ไม่จำต้องแยกฟ้องแลแยกพิจารณาเสมอไป จึงตัดสินยืรนตามศาลอุทธรณ์(วิกรม-พรหม-วิชัย)พระราชปริญญา - พระยากฤษณะราช - แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ