โจทก์ขอแก้ฟ้องเมื่อเสร็จการพิจารณาสำนวนฝ่ายโจทก์แล้วได้หรือไม่ และฟ้องผิดวันทำให้จำเลยหลงต่อสู้หรือไม่
การขอแก้ฟ้องในระหว่างคดีที่พิจารณายังไม่เสร็จเด็ดขาด โจทก์มีอำนาจขอแก้ได้ตามฎีกาที่ 686/2471 การที่โจทก์ฟ้องผิดวันทำให้จำเลยหลงข้อต่อสู้นั้น หมายความว่าจำเลยได้นำพยานมาสืบจนเสร็จสำนวนทั้งโจทก์จำเลยแล้วจึงปรากฏว่าในวันที่โจทก์หาจำเลยไม่ได้ทำผิด แต่คดีนี้จำเลยยังไม่ได้สืบพยาน มีทางต่อสู้คดีได้อีก
ให้ศาลเดิมอนุญาตให้จำเลยให้การใหม่และสืบพยานจำเลยต่อไป แล้วตัดสินตามรูปคดี
โจทก์ฟ้องว่าเจ้าพนักงานจับสุราหมักแขได้จากจำเลยเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2473 ต่อมาหลังสืบพยานโจทก์เสร็จ โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องว่าจับสุราได้จากจำเลยในวันที่ 18 มิถุนายน ไม่ใช่วันที่ 14 และจำเลยยังไม่ได้สืบพยาน มีทางต่อสู้คดีได้อีก
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 625/2474อัยยการสกลนครโจทก์นายบาล นายเก่งจำเลย วิธีพิจารณาอาชญา โจทก์ขอแก้ฟ้องเมื่อเสร็จการพิจารณาสำนวนฝ่ายโจทก์แล้วก็ได้ (เทียบฎีกาที่ 686/71) อย่างไรเรียกว่าฟ้องผิดวันทำให้จำเลยหลงต่อสู้โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๓ เจ้าพนักงานจับสุราหมักแขได้จากจำเลย ครั้นสืบพะยาน โจทก์เสร็จแล้ว โจทก์จึงยื่นตำร้องขอแก้ฟ้องว่าจับสุราได้จา จำเลยในวันที่ ๑๘ มิถุนายน ไม่ใช่วันที่ ๑๔ ดังนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าที่โจทก์ขอแก้ฟ้องนั้นเป็นการขอแก้ในระวางคดีที่พิจารณายังไม่เสร็จเด็ดขาด โจทก์มีอำนาจพอแก้ได้ตามฎีการที่ ๖๘๖/๒๔๗๑ อนึ่งการที่ โจทก์ฟ้องผิดวันทำให้จำเลยหลงข้อต่อสู้นั้น หมายความว่าจำเลยได้นำพะยานมาสืบจนเสร็จสำนวนทั้ง โจทก์จำเลยแล้วจึงปรากฎว่าในวันที่โจทก์หา จำเลยไม่ได้ทำผิดดังนี้ แต่คดีนี้จำเลยยังไม่ได้สืบพะยานมีทางต่อสู้คดีได้อีก จึงให้ศาลเดิมอนุญาตให้จำเลยให้การใหม่แลสืบพะยานจำเลยต่อไป แล้วตัดสินตามรูปคดี(วิชัย-พรหม-วิกรม)ขุนสุภาชัย - พระวรสาร - แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ