ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2558 - 2559/2529นาย เอมอร โม่ไพร กับพวกโจทก์องค์การทอผ้าจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 (3)โจทก์ลากิจและลาป่วยเกิน45วันต่อปีติดต่อกัน2ปีโดยได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาโดยชอบไม่ถือเป็นความผิดและไม่เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยหนังสือทัณฑ์บนมีข้อความเพียงบอกกล่าวให้โจทก์ทราบล่วงหน้าว่าถ้าถูกงดขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้าง2ปีติดต่อกันอาจถูกเลิกจ้างได้ถือไม่ได้ว่าเป็นหนังสือตักเตือนโจทก์ถูกเลิกจ้างฐานหย่อนความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่การงานไม่เข้าข้อยกเว้นตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ47(3)จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชย.โจทก์ ทั้ง สอง สำนวน ฟ้อง ว่า จำเลย เลิกจ้าง โจทก์ ทั้ง สอง ซึ่งเป็น ลูกจ้าง ประจำ โดย อ้าง เหตุ หย่อน ความ สามารถ ใน การ ปฏิบัติหน้าที่ ขอ ให้ บังคับ จำเลย จ่าย เงิน บำเหน็จ และ ค่าชดเชย พร้อมดอกเบี้ย จำเลย ให้การ ว่า จำเลย เลิกจ้าง โจทก์ ทั้ง สอง ด้วย เหตุ หย่อน ความสามารถ ใน การ ปฏิบัติ หน้าที่ โดย ลากิจ และ ลาป่วย เกิน 45 วัน ต่อปีเป็น เวลา 2 ปี ติดต่อ กัน และ ผิด ทัณฑ์บน ที่ ให้ ไว้ แก่ จำเลย เป็นการ ฝ่าฝืน ระเบียบ และ ข้อบังคับ เกี่ยวกับ การ ทำงาน โจทก์ จึง ไม่ มีสิทธิ ได้ รับ ค่าชดเชย การ ที่ โจทก์ แสดง เจตนา ขอ รับ เงิน บำเหน็จแล้ว ไม่ มี สิทธิ ได้ รับ ค่าชดเชย อีก เพราะ ตาม ข้อบังคับ ของ จำเลยถือ ว่า เงิน บำเหน็จ เป็น ค่าชดเชย ศาลแรงงานกลาง พิพากษา ให้ จำเลย จ่าย เงิน บำเหน็จ และ ค่าชดเชย พร้อมดอกเบี้ย แก่ โจทก์ ทั้ง สอง จำเลย ทั้ง สอง สำนวน อุทธรณ์ ต่อ ศาลฎีกา ศาลฎีกา แผนก คดีแรงงาน วินิจฉัย ประเด็น เรื่อง ค่าชดเชย ว่า ตามข้อบังคับ