ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 529/2484อัยยการนราธิวาสโจทก์นายเช่งหรือสมุห์ธัญวงศ์นายมานะสาอินายอาลีหะยีอาแวนายดอเลาะอาแวดีราแมนายยะโก๊ะสาและนายดือราแมมูซอนายยุโนะมามะนายสะมะแอสาและนายยุโซะการินายด่า โอะยุโซะนายมา มะห่ะยีสะมะแอนายดอเลาะ อาแวจำเลย ป.อ. ม. 22 พ.ร.บ.ควบคุมยาง พ.ศ.2481 ม. 8, ม. 14 พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2482 ป.วิ.อ. ม. 158 (5), ม. 161+ายางซึ่งไม่มีคูปองกำกับจากต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักร์โดยเจตนาหนีภาษีนั้น ย่อมมีผิดฐานพาของหนีภาษีตาม พ.ร.บ.ศุลกากรด้วย. ความผิดฐานพาหนีภาษีศาลปรับจำเลยรวมกัน.ได้ความว่าจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๒ ซึ่งมิได้ใบอนุญาตเป็นผู้ค้ายาง ได้บังอาจสมคบกันพายางพาราหนัก ๓๒๐๙ กิโลกรัม บรรทุกเรือจากรัฐกลันตันของอังกฤษ ซึ่งเป็นของที่ยังไม่ได้เสียค่าอากรเข้ามาในราชอาณาจักร์ไทยโดยมิได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีเกษตรราธิการ และไม่มีใบแสดงแหล่งกำเนิดซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐกลันตันได้ออกให้ตามกฎหมายกำกับด้วย ตาม พ.ร.บ.ควบคุมยาง ๒๔๘๑ และมิได้ผ่านด่านศุลกากรโดยถูกต้อง แล้วจำเลนได้ขายให้แก่ยางเช่งจำเลยที่ ๑ โดยไม่มีใบอนุญาตให้ค้ายาง และมิได้มีใบคูปอง หรือใบสำคัญจำหน่ายยางกำกับยาง จำเลยที่ ๑ ได้ซื้อยางนี้จากจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๒ โดยรู้ว่าเป็นของหนีภาษี. ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามมาตรา ๘ และจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๒ ตามาตรา ๑๔ พระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ.๒๔๘๑ และจำเลยทั้งหมดมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๔๘๒ ฉะบับที่ ๙ นายเซ่งหรือสมุห์จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยควรมีความผิดตามมาตรา ๘ พ.ร.บ.ควบคุมยาง ๒๔๘๑ เพียงบทเดียว ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ แต่บทเดียว นอกจา