ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 611 - 612/2498วัดพิชัยบุรณาราม โดยนายเรื่อง สิงหราช ผู้รับมอบอำนาจโจทก์นายสมกิจ วัฒนวิกย์กิจ ที่ 1 นางกรองทอง วัฒนวิกย์กิจ ที่ 2จำเลยวัดพิชัยบุรณาราม โดยนายเรื่อง สิงหราช ผู้รับมอบอำนาจโจทก์นายจีน โฉมเชิด ที่ 1 นายสมกิจ วัฒนวิกย์กิจ ที่ 2 นางกรองทองวั พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2484 ม. 40 (1), , ม. 41ที่วัดและที่ธรณีสงฆ์นั้นผู้ใดจะยกเอาโฉนดมาต่อสู้ถือกรรมสิทธิมิได้คดี ๒ สำนวนนี้เป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกับศาลจึงได้รวมสำนวนพิจารณาพิพากษา โจทก์กล่าวฟ้องทั้ง ๒ สำนวนเป็นใจความว่าจำเลยทั้ง ๒ สำนวนเข้าแย่งเอาที่ป่าช้าของวัดพิชัยบุรณารามโจทก์ โดยขอออกโฉนดนาพิพาทเป็นโฉนดเลขที่ ๔๓๕๓ และ ๔๓๒๙ ขอให้ศาลเพิกถอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินและห้ามจำเลยไม่ให้เกี่ยวข้อ จำเลยทั้ง ๒ สำนวนต่อสู้เป็นใจความว่าที่พิพาทไม่ใช่ของวัดเป็นที่รกร้างว่างเปล่าจำเลยได้เข้าจับจองและขอออกโฉนดโดยสุจริตและโอนซื้อขายกันโดยเปิดเผยและมีค่าตอบแทน นอกจากนี้ตัดฟ้องทั้ง ๒ สำนวนว่า ๑. โจทก์เป็นนิติบุคคลไม่อาจใช้สิทธิครอบครองเป็นเจ้าของที่พิพาทได้ ๒. ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ไม่มีอำนาจตาม ก.ม. ในการดำเนินคดีแทนวัดได้ ๓. คดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลจังหวัดอุทัยธานีพิพากษาว่าที่พิพาทที่ ๒ แปลงเป็นป่าช้าของวัดพิชัยฯ โจทก์ให้เพิกถอนทะเบียนกรรมสิทธิในโฉนดที่มีชื่อจำเลยเป็นเจ้าของ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาต่อมา ศาลฎีกาฟังว่าที่พิพาท ๒ แปลงนี้เป็นที่อยู่ในเขตต์ที่วัดโจทก์หรืออย่างน้องก็เป็นสมบัติของวัดมีมาแต่โบราณกาล อันที่ธรณีสงฆ์ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ ม.๔๐(๑) หรือ (๒) และ ม.๔๑ บัญญัติว่า "ที่วัดและที่ธรณีสงฆ์จะโอนกรรมสิทธ์ได้แต่โดย พ.ร.บ. จำเลยไม่มี