การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ หรือลักทรัพย์โดยมีพรรคพวก
ความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์อยู่ในประเภทลักทรัพย์ การกระทำที่มีพรรคพวกแย่งทรัพย์ไปต่อหน้าผู้อื่น เข้าองค์ประกอบความผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 293 ข้อ 11 ซึ่งมีโทษหนักกว่าวิ่งราวทรัพย์ตามมาตรา 297
ศาลฎีกาตัดสินแก้ศาลอุทธรณ์ให้วางโทษจำเลยตามมาตรา 293 ข้อ 11 นอกนั้นยืนตาม
ส. และ น. นำทองรูปพรรณไปเที่ยวจำหน่าย ขากลับบ้านพบจำเลยกับพวกอีกคนหนึ่งในระวางทาง ตรงเข้าแย่งย่ามบรรจุทองรูปพรรณที่สะพายบ่า ส. ดึงไว้สายย่ามขาด กล่องที่บรรจุทองรูปพรรณตก จำเลยหยิบเอากล่องนั้นพาหนีไป โดยจำเลยแย่งย่ามเพื่อเอาทรัพย์เท่านั้น มิได้มีการทำร้ายหรือขู่เข็ญ และจำเลยมีพรรคพวกกระทำผิดฐานวิ่งรา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 337/2472อัยยการศุโขทัยโจทก์นายหลี อินเมฆจำเลย ป.อ. ม. 293, , ม. 70มีพรรคพวกแย่งทรัพย์ของเขาพาหนีไปต่อหน้ามีผิดฐานลักทรัพย์ตาม ม.293 ข้อ 11 วิธีพิจารณาอาญา ความผิดฐานวิ่งราวกับฐานลักทรัพย์เปนประเภทเดียวกัน การกระทำผิดกฎหมายหลายบท ให้ใช้บทที่หนักลงโทษฟ้องว่าชิงพิจารณาได้ความว่าวิ่งราวโดยมีพรรคพวกลงโทษได้ได้ความว่า ส.แล น.นำทองรูปพรรณไปเที่ยวจำหน่าย ขากลับบ้านพบจำเลยกับพวกอีกคนหนึ่งในระวางทางตรงเข้าแย่งย่ามบรรจุทองรูปพรรณที่สะพายบ่า ส.ๆ ดึงไว้สายย่ามขาดกล่องที่บรรจุทองรูปพรรณตก จำเลยก็หยิบเอากล่องนั้นพาหนีไป ศาลเดิมตัดสินว่า จำเลยมีผิดฐานชิงทรัพย์ตาม ม.๒๙๙ ให้จำคุก ๓ ปี แลใช้ทรัพย์ ๕๓๘ บาท ศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ว่าจำเลยมีผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ตาม ม.๒๙๗ นอกจากนี้ยืนตามศาลเดิม ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยแย่งย่ามจาก ส.เพื่อเอาทรัพย์เท่านั้น มิได้มีการทำร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะทำร้าย จำเลยจึงไม่มีผิดฐานชิงทรัพย์แต่ในคดีนี้จำเลยมีพรรคพวกกระทำผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ แลความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ก็อยู่ในประเภทลักทรัพย์นั่นเอง ความผิดของจำเลยจึงเข้าบท ๒๙๓ ข้อ ๑๑ อีกบทหนึ่ง ซึ่งเปนบทที่มีโทษหนักกว่า ม.๒๙๗ จึงตัดสินแก้ศาลอุทธรณ์ให้วางโทษจำเลยตาม ม.๒๙๓ ข้อ ๑๑ นอกนั้นยืนตาม(หริศ-พรหม-วิชัย)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ