การวิวาทต่อสู้กันโดยสมัครใจทั้งสองฝ่ายต่างมีอาวุธและเมาสุรา เมื่อฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตาย จำเลยจะมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาหรือไม่
ในการวิวาทต่อสู้กันโดยสมัครใจ ทั้งสองฝ่ายต่างมีอาวุธและเมาสุรา แม้ฝ่ายหนึ่งจะถูกทำร้ายถึงแก่ความตาย ก็ยังถือว่าอีกฝ่ายไม่มีเจตนาฆ่า หากไม่ปรากฏพฤติการณ์อื่นที่แสดงให้เห็นถึงเจตนาฆ่า
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 251 จำคุก 5 ปี
จำเลยเป็นน้องเขยผู้ตาย วันเกิดเหตุทั้งสองต่างเมาสุราและมีอาวุธ สมัครใจวิวาทต่อสู้กัน ผู้ตายถูกแทงด้วยมีดดาบที่หน้าอกและคอถึงแก่ความตาย จำเลยมีบาดแผล 3 แห่ง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109/2479กรมอัยยการโจทก์นายชม แสงโชติจำเลย ป.อ. ม. 249-251-43 ป.วิ.อ. ม. 219 พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 ต่างเมาสุรามีอาวุธสมัคร์ใจกันวิวาททำร้ายกัน เมื่อฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตาย จำเลยต้องมีผิดตาม ม.251 ศาลชั้นต้นให้จำคุก 15 ปีตามม.249 ศาลอุทธรณืแก้ให้จำคุก 5 ปี ตามม.251 ดังนี้ เป็นแก้มาก ไม่เสนอได้ความว่าจำเลยเป็นน้องเขยผู้ตายวันเกิดเหตุผู้ตายแลจำเลยต่างเมาสุราด้วยกันมาพบกันที่บ้าน บ. เมื่อผู้ตายแลจำเลยไปจากบ้าน บ.แล้วสัก ๑๕ นาที ก็ปรากฏว่าได้วิวาทต่อสู้กัน ทั้ง ๒ ฝ่ายต่างมีอาวุธ ผุ้ตายถูกแทงที่หน้าอกแลที่คอ ถึงแก่ความตายด้วยมีดดาบ จำเลยมีบาดแผล ๓ แห่งที่หัวแม่มือ คอ และหัวไหล่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีผิดตามมาตรา ๒๔๙ ให้จำคุก ๑๕ ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีผิดตามมาตรา ๒๕๑ ให้จำคุก ๕ ปี โจทก์ฎีกาว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายเพราะใช้มีดดาบซึ่งเป็นเครื่องประหารอันร้ายแรงฟันที่คอ ศาลฎีกาเห็นว่าทั้ง ๒ ฝ่ายต่างมีอาวุธแลเมาสุราด้วยกัน แลสมัครใจเข้าต่อสู้กันแม้ผู้ตายจะถูกคมอาวุธที่สำคัญแลหนัก ก็ยังถือว่าจำเลยมีเจตนาไม่ได้ จำเลยก็ถูกฟันมีบาดแผลถึง ๓ แห่ง ทั้งไม่ปรากฎเหตุการณ์อย่างอื่นอันจะแสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาจะฆ่าให้ตาย จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์(อมาตย-นิติศาสตร์-เทฟโนต์)ศาลชั้นต้น - พระสาร+ศาลอุทธรณ์ - พระสุขุมฯแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ