ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 580/2477

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยต้องรับผิดชอบใช้ทรัพย์ในการปล้นตอนหลังหรือไม่ และการกำหนดอายุจำเลยโดยพิเคราะห์ลักษณะรูปร่างเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ต้องห้าม

หลักกฎหมาย

การกำหนดอายุจำเลยโดยพิเคราะห์ลักษณะรูปร่างประกอบกับเหตุผลอื่นเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐาน ซึ่งต้องห้ามฎีกาตามพระราชบัญญัติฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ. 2461 มาตรา 3 และการที่จำเลยแยกพวกไปก่อนแล้วผู้ร้ายอีกพวกหนึ่งกระทำการปล้นทรัพย์อีกกรรมหนึ่งต่างหาก จำเลยไม่ต้องรับผิดชอบในทรัพย์ที่ถูกปล้นในตอนหลัง

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้ศาลล่าง ให้จำเลยทั้งสองใช้ทรัพย์เฉพาะราคากระบือเป็นเงิน 283 บาท

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยกับพวกรวม 8 คนมีอาวุธเข้าทำการปล้นทรัพย์ คนร้าย 3 คนจับพวกเด็กเลี้ยงกระบือมัดไว้ แล้วจำเลยกับพวกนอกนั้นไล่กระบือไปก่อน ครั้นแล้วคนร้าย 3 คนจึงบังคับพวกเด็กเดินตามไปทีหลัง และคนร้าย 3 คนนี้ได้ปล้นเอาเครื่องทองรูปพรรณของพวกเด็กไปแล้วจึงปล่อยเด็ก

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 580/2477อัยยการนครสวรรค์โจทก์นายบุญ เฉลยไข นายลานหรือสำราญ ยศยอดจำเลย วิธีพิจารณาอาชญา จำเลยกับพวกทำการปล้นทรัพย์+จำเลยแยกพวกไปแล้ว+อื่นจึงทำการปล้น+ครั้ง 1 ดังนี้ จำเลยไม่ต้องรับผิดชอบใช้ทรัพย์ในการ+ตอนหลัง พฤตติการณ์ที่เป็นเหตุในลักษณ พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ +ศ.2461 ม.3 ข้อเท็จจริง การที่ศาลกำหนดอายุจำเลย+พิเคราะห์ดูลักษณรูปร่างประกอบกับเหตุผลอื่นนั้นเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยกับพวกรวม ๘ คนมีอาวุธเข้าทำการปล้นทรัพย์ คนร้าย ๓ คนจับพวกเด็กเลี้ยงกระบือมัดไว้ แล้วจำเลยกับพวกนอกนั้นไล่กระบือไปก่อน ครั้นแล้วคนร้าย ๓ คนจึงบังคับพวกเด็กเดินตามไปทีหลัง และคนร้าย ๓ คนนี้ได้ปล้นเอาเครื่องทองรูปพรรณของพวกเด็กไปแล้วจึงปล่อยเด็ก ศาลเดิมพิพากษาลงโทษจำเลยตามม.๓๐๑ ให้จำคุก ม.๑๐ ปี ส่วน ล.ต่อสู้เรื่องอาย ศาลได้พิเคราะห์ลักษณรูปร่างจำเลยประกอบกับคำเบิกความของ ภ.พธำมรงค์ซึ่งได้วัดส่วนสูงของจำเลยแล้วไม่เชื่อว่า ล.มีอายุเพียง ๑๓ ปี แลเห็นว่า ล.รู้สึกผิดชอบเกือบเท่าผู้ใหญ่ ให้ลดโทษฐานเป็นเด็กตามมาตรา ๕๘ กึ่ง ๑ คงจำคุก ล. ๕ปี กับให้จำเลยใช้ราคากระบือแลเครื่องรูปพรรณรวม ๓๐๖ บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลฎีกาิวินิจฉัยว่า การที่ศาลกำหนดอายุ ล.จำเลยโดยพิเคราะห์ดูลักษณะรูปร่างจำเลยประกอบกับเหตุผลอื่น ๆ นั้นเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงจากพะยานหลักฐาน ซึ่งล.ฎีกาไม่ได้ต้องห้ามตามพ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.๒๔๖๑ ม.๓ ส่วนข้อเท็จจริงสำหรับ บ.นั้นคงฟังตามศาลล่าง แต่เห็นว่าการบังคับให้ บ.ใช้ราคาทรัพย์รวมทั้งเครื่องทองรูปพรรณด้วยนั้นไม่ชอบเพราะพวกจำเลยกับพวกผู้ร้าย ๓ คนที่ปล้นเครื่องรูปพรรณแยกพวกกันไปแล้วจำเลยมิได้รู้เห็นในการกระทำของผู้ร้าย ๓ คนซึ่งเป็นการกระ