ผู้ร่วมกระทำความผิดฐานฉ้อโกงต้องร่วมกันรับผิดใช้ทรัพย์ที่ฉ้อโกงแม้ตนจะไม่ได้รับทรัพย์นั้น
ผู้ที่ทำการฉ้อโกงเขาต้องช่วยกันรับผิดใช้ทรัพย์ แม้ผู้ร่วมกระทำความผิดจะไม่ได้รับทรัพย์ที่ฉ้อโกงก็ตาม ก็ยังต้องรับผิดร่วมกันใช้ทรัพย์นั้นคืนแก่ผู้เสียหาย
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ท.จำเลยร่วมรับผิดกับพ.จำเลยในการใช้ทรัพย์ที่ฉ้อโกงแก่โจทก์
พ.จำเลยทำหนังสือปลอมชื่อย.ไปหลอกลวงจำนองเรือนแก่โจทก์ ท.จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างพ.กดพิมพ์ลายมือรับรองว่าได้เห็นย.เซ็นชื่อท้ายหนังสือปลอมนั้นจริง โจทก์หลงเชื่อจึงรับจำนองเรือนจากพ.เป็นเงิน1400บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้พ.และท.ร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์ ท.อุทธรณ์เฉพาะข้อที่ให้ช่วยพ.ใช้ทรัพย์
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 339 - 340/2472นายพันตำรวจตรี หลวงหาญรณหัตถุ์ แลกรมอัยยการโจทก์นางพยอม นางทองอยู่จำเลย ป.อ. ม. 224, ม. 306, ม. 93 ป.วิ.อ. ผู้ที่ทำการฉ้อโกงเขาต้องช่วยกันรับผิดใช้ทรัพย์ ปัญหากฎหมายคดีนี้ปัญหาขึ้นมาสู่ศาลฎีกาฉะเพาะ ท.จำเลยผู้เดียวว่าจะต้องรับผิดช่วย พ.จำเลยใช้ทรัพย์ที่ฉ้อโกงโจทก์มาหรือไม่ ศาลเดิมตัดสินว่า พ.จำเลยทำหนังสือปลอมชื่อ ย.ไปหลอกลวงจำเนองเรือนแก่โจทก์ ท.จำเลยซึ่เปนลูกจ้าง พ.กดพิมพ์ลายมือรับรองว่าได้เห็น ย.เซ็นชื่อท้ายหนังสือปลอมนั้นจริง โจทก์หลงเชื่อจึงรับจำนองเรือนจาก พ.เปนเงิน ๑๔๐๐ บาท พ.มีผิด ๒ กะทง คือ ฐานปลอมหนังสือตาม ม.๒๒๔ แลฐานฉ้อโกงตาม ม.๓๐๖ ให้จำคุก ๑ ปี ส่วน ท.มีผิดฐานฉ้อโกงตาม ม.๓๐๖ กะทงเดียวให้จำคุก ๖ เดือน แต่รองการลงอาญาไว้ แลให้ช่วยกันใช้เงินแก่โจทก์ ท.จำเลยผู้เดียวอุทธรณ์ในข้อที่ให้ช่วย พ.ใช้ทรัพย์ ศาลอุทธรณ์ตัดสินว่า ท.มิได้อุทธรณ์ในเรื่องสมคบกับ พ.ฉ้อโกงแล้ว ข้อเท็จจริงจึงเปนอันฟังได้ว่า ท.สมคบกับ พ.ฉ้อโกงโจทก์แม้จะไม่ปรากฎว่า ท.ได้รับทรัพย์ที่ฉ้อนั้นด้วยก็ดีก็ย่อมมีหน้าที่ต้องรับผิดตลอดถึงทรัพย์ของโจทก์ซึ่งถูกฉ้อไปด้วย จึงยืนตามศาลเดิม ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์(พรหม-พิพาก-วิชัย)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ