ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 349/2472

ประเด็นกฎหมาย

ผู้ฟ้องหาว่าเขาบุกรุกที่ดินของตนต้องนำสืบว่าเขารุกเข้ามาเท่าใด

หลักกฎหมาย

เป็นหน้าที่ของโจทก์ต้องนำสืบว่าจำเลยรุกที่นาของโจทก์จำนวนเนื้อที่เท่าใด หากโจทก์ไม่มีเจ้าพนักงานมาสืบว่าที่ดินของโจทก์ขาดเกินจากโฉนดอย่างไร คดีโจทก์ก็ย่อมไม่ชนะจำเลย

คำวินิจฉัย

ให้ยกคำตัดสินศาลอุทธรณ์เสีย คงยืนตามศาลเดิมที่ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์และจำเลยมีที่ดินติดต่อกันต่างมีโฉนดแผนที่ โจทก์ทำรั้วสังกะสีกั้นเขตไว้ ต่อมาไฟไหม้รั้วหมด จำเลยกั้นลวดหนามตามแนวซากตอเสารั้วเดิมของโจทก์ แล้วทำรั้วสังกะสีใหม่ตามแนวลวดหนาม โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกและเรียกค่าเสียหาย

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 349/2472นายโต๊ะ นวมารคโจทก์นางเพี้ยน มันชาปัจจำเลย ป.วิ.พ. ผู้ฟ้องหาว่าเขาบุกรุกที่ดินของตนต้องนำสืบว่าเขารุกเข้ามาเท่าใดโจทก์จำเลยมีที่ดินติดต่อกันต่างมีโฉนดแผนที่แล้ว โจทก์ได้ทำรั้วสังกะสีกั้นเขตต์ไว้ยาวประมาณ ๓-๔ วา ที่ไม่มีรั้วก็ปักเสาไว้เป็นแนวเขตต์ ครั้นไฟไหม้บ้านเรือนแล้วรั้วสังกะสีหมดแล้ว จำเลยได้กั้นลวดหนามล้อมเขตต์ที่ดินของจำเลยตามแนวซากตอเสารั้วเดิมของโจทก์ ต่อมาจำเลยทำรั้วสังกะสีกั้นขึ้นใหม่ตามแนวรั้วลวดหนาม โจทก์จึงฟ้องหาว่าจำเลยบุกรุกแลเรียกค่าเสียหาย ศาลเดิมตัดสินยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ตัดสินกลับให้จำเลยรื้อรั้วที่ทำโค้งรุกเข้าไปในที่ของโจทก์แลใช้ค่าเสียหาย ๑๐ บาท ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำพะยานโจทก์จำเลยประกอบกับแผนที่วิวาท ปรากฎว่าหลักเขตต์หมายเลข ๒๓๘๗๔ ที่ติดกับที่ของโจทก์จำเลยแล ข.เป็นหลักเขตต์ตรงเป็นแนวเดียวกับหลักเขตต์หมายเลข ๕ ซึ่งเป็นหลักรั้วเดิม รั้วที่จำเลยกั้นขึ้นก็อยู่ในแนวนี้ จึงเป็นหน้าที่ของโจทก์ต้องนำสืบว่าจำเลยรุกที่นาของโจทก์จำนวนเนื้อที่เท่าใด แต่โจทก์หามีเจ้าพนักงานคนใดมาสืบว่าได้ทำการสอบสวนที่ดินของโจทก์ขาดเกินจากโฉนดอย่างไรไม่ คดีโจทก์ก็ย่อมไม่ชนะจำเลยได้ ให้ยกคำตัดสินศาลอุทธรณ์เสีย คงยืนตามศาลเดิม(หริศ-พรหม-วิชัย)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ