ข้อความที่จำเลยพูดเป็นข้อความหมิ่นประมาทอยู่ในตัวหรือไม่ และฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ควรรับไว้พิจารณาหรือไม่
การวินิจฉัยข้อความที่พูดหรือเขียนว่าจะเป็นหมิ่นประมาทตาม ม.282 หรือไม่ ในชั้นต้นเป็นปัญหาในข้อกฎหมายซึ่งศาลจะต้องแปลว่าเป็นการใส่ความเขาอันอาจจะให้เสียชื่อเสียงหรืออาจให้คนทั้งหลายดูหมิ่นเกลียดชังหรือไม่ ถ้าตามข้อความเห็นได้ว่าเป็นการใส่ความแล้ว รูปคดีก็เข้าในลักษณะความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยไม่ต้องฟัง
ศาลฎีกาตัดสินยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และย้อนสำนวนให้พิจารณาพิพากษาใหม่ตามกฎหมาย
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกล่าวถ้อยคำหมิ่นประมาทโจทก์ว่า 'หลวงยุทธสารฯ เป็นคนโกงเอาสัญญาปลอมมาฟ้องนายจุ้ย จะต้องฟ้องให้หลวงยุทธสารฯ ติดคุกไม่ต่ำกว่า 3 ปี' ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตัดสินต้องกันให้ยกฟ้อง โดยศาลชั้นต้นไม่เชื่อพยานโจทก์ว่าจำเลยได้กล่าวถ้อยคำดังนั้น ส่วนศาลอุทธรณ์เห็นว่าแม้จำเลยจะกล่าวจริง ก็เป็นใ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 394/2472นายร้อยเอก หลวงยุทธสารสารประสิทธิโจทก์นายคิศ อรรถวาทีจำเลย ป.อ. ม. 282 ป.วิ.อ. ข้อความที่พูดหรือเขียนเป็นการใส่ความอยู่ในตัวแล้ว ไม่จำเป็นต้องฟังข้อเท็จจริงในการแปลข้อความมาประกอบก็เข้าลักษณะความผิดฐานหมิ่นประมาทได้ถ้ายังไม่พอฟังว่าเป็นการใส่ความกันก็ต้องฟังเหตุผลว่าผู้ฟังผู้อ่านแปลความเป็นพิเศษออกไปจนถึงว่าเป็นการใส่ความหมิ่นประมาทจึงจะมีความผิด พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ การวินิจฉัยว่าข้อความที่พูดหรือเขียนจะเป็นผิดฐานหมิ่นประมาทหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย การวินิจฉัยพะยานหลักฐานในสำนวนว่าผู้ฟังผู้อ่านแปลข้อความนั้นเป็นพิเศษออกไปจนถึงเป็นการใส่ความหมิ่นประมาทเขาหรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง เทียบฎีกาที่ 179/2465 ย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์ตัดสินข้อเท็จจริงใหม่คดีนี้ศาลเดิมแลศาลอุทธรณ์ตัดสินต้องกันให้ยกฟ้องโจทก์ที่หาว่าจำเลยกล่าวถ้อยคำหมิ่นประมาทโจทก์ว่า หลวงยุทธสารฯ เป็นคนโกงเอาสัญญาปลอมมาฟ้องนายจุ้ย จะต้องฟ้องให้หลวงยุทธสารฯ ติดคุกไม่ต่ำกว่า ๓ ปี นั้นยังไม่มีผิดฐานหมิ่นประมาทตาม ม.๒๘๒ โดยศาลเดิมไม่เชื่อพะยานโจทก์ว่าจำเลยได้กล่าวถ้อยคำดังนั้น แต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าแม้จำเลยจะกล่าวจริง ก็เป็นใจความที่จำเลยแสดงความคิดเห็นโดยชอบธรรม โจทก์ฎีกาอ้างว่าเป็นปัญหาในข้อกฎหมายต่อมา จึงมีปัญหาว่าจะควรรับฎีกาไว้พิจารณาหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า การวินิจฉัยข้อความที่พูดหรือเขียนว่าจะเป็นหมิ่นประมาทตามกฎหมายอาญา ม.๒๘๒ หรือไม่นั้น ในชั้นต้นเป็นปัญหาในข้อกฎหมายซึ่งศาลจะต้องแปลว่าเป็นการใส่ความเขาอันอาจจะให้เสียชื่อเสียงหรืออาจให้คนทั้งหลายดูหมิ่นเกลียดชังหรือไม่ ถ้าตามข้อความเห็นได้ว่าเป็นการใส่ความแล้ว รูปคดีก็เข้าในลักษณความผิดฐานหมิ่นประมา