ปัญหาข้อกฎหมายว่าการกระทำของจำเลยมีเจตนาฆ่าหรือไม่
การที่จำเลยใช้ปืนซึ่งเป็นอาวุธร้ายแรงยิงผู้เสียหายบริเวณลำตัวซึ่งเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย ถ้าถูกที่สำคัญในบริเวณนั้น ผู้เสียหายก็ต้องตาย เป็นการเพียงพอที่จะเห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาจะฆ่า การที่จำเลยไม่ทำร้ายซ้ำเติมอีก อาจเป็นเพราะจำเลยหมดกระสุนปืน หรือเพราะต้องการหนีโดยรีบด่วนก็ได้ ไม่เป็นเหตุที่จะชี้ว่
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสองว่า จำเลยผิดฐานพยายามฆ่าคนตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 288, 80 ให้จำคุกจำเลย 10 ปี
จำเลยใช้ปืนยิงนายนวล ทองอยู่ 1 ครั้ง ถูกบริเวณลำตัว แล้วจำเลยหนีไป
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 600/2502อัยการจังหวัดเพชรบุรีโจทก์นายรวม เติมทองจำเลย ป.อ. การที่จำเลยใช้ปืนซึ่งเป็นอาวุธร้ายแรงยิงผู้เสียหาย แม้ยิงเพียงทีเดียวแล้วหนีไป แต่ยิงบริเวณลำตัวซึ่งเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย ถ้าถูกที่สำคัญในบริเวณนั้น ผู้เสียหายก็ต้องตาย เป็นการเพียงพอที่จะเห็นได้แล้วว่า จำเลยมีเจตนาจะฆ่า การที่จำเลยไม่ทำร้ายซ้ำเติมอีก อาจเป็นเพราะจำเลยหมดกระสุนปืน หรือเพราะต้องการหนีโดยรีบด่วนก็ได้ เพียงเท่านี้ไม่เป็นเหตุที่จะชี้ว่าจำเลยไม่มีเจตนาที่จะฆ่าได้ความว่าจำเลยใช้ปืนยิงนายนวล ทองอยู่ ๑ ครั้ง ถูกบริเวณลำตัวแล้วจำเลยหนีไป ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสองว่า จำเลยผิดฐานพยายามฆ่าคนตามประมวลกฎหมายอาญา ม. ๒๘๘ , ๘๐ ให้จำคุกจำเลย ๑๐ ปี ข้อวินิจฉัยของศาลฎีกามีว่า การที่จำเลยใช้ปืนที่เป็นอาวุธร้ายแรงยิงเขาและยิงตามบริเวณลำตัวซึ่งเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย ถ้าถูกที่สำคัญในบริเวณนั้น ผู้เสียหายก็ต้องตาย เป็นการเพียงพอที่จะเห็นได้แล้วว่าจำเลยมีเจตนาจะฆ่า การที่จำเลยไม่ทำร้ายซ้ำเติมอีก อาจเป็นเพราะจำเลยหมดกระสุนปืน หรือเพราะต้องการหนีโดยรีบด่วนก็ได้ เพียงเท่านี้ไม่เป็นเหตุที่จะชี้ว่าจำเลยไม่มีเจตนาที่จะฆ่า(นิติธรรมประกรณ์-ไชยเจริญ สันติศิริ-ประศาสน์วินิจฉัย)ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายประถม วิเชียรเนตรศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิพากยพิบูลแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ