ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 792/2500

ประเด็นกฎหมาย

การลงโทษฐานเบิกความเท็จต้องพิสูจน์ว่าจำเลยได้สาบาลหรือปฏิญาณตนก่อนเบิกความ ข้อความในแบบพิมพ์ที่ว่า "ข้าพเจ้าพยานได้สาบาลตนแล้ว" ไม่เพียงพอเมื่อจำเลยปฏ

หลักกฎหมาย

ความผิดฐานเบิกความเท็จตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 155, 156 ต้องได้ความว่าจำเลยได้สาบาลหรือปฏิญาณตัวที่จะให้ถ้อยคำ เมื่อจำเลยปฏิเสธ โจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ฟังได้ว่าจำเลยได้สาบาลหรือปฏิญาณตัวแล้ว ข้อความในแบบพิมพ์ที่ว่า "ข้าพเจ้าพยานได้สาบาลตนแล้ว" ไม่เพียงพอ เพราะเป็นเพียงแบบพิมพ์ที่พิมพ์ไว้ก่อน และไม่ม

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องจำเลยฐานเบิกความเท็จ โดยอ้างคำเบิกความของจำเลยในคดีเดิมที่มีข้อความว่า "ข้าพเจ้าพยานได้สาบาลตนแล้ว" แต่ข้อความดังกล่าวเป็นเพียงแบบพิมพ์ที่พิมพ์ไว้ก่อน จำเลยปฏิเสธและเบิกความในคดีนี้ว่าจำเลยไม่ได้สาบาลหรือปฏิญาณตัวในคดีเดิม โจทก์ไม่มีพยานบุคคลมายืนยันว่าจำเลยได้สาบาลหรือปฏิญาณตัวจริง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 792/2500อัยการประจำศาลจังหวัดไชยโจทก์นายปาน สังข์ทองจำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ในคดีฟ้องหาว่าเบิกความเท็จนั้น ถึงแม้โจทก์จะอ้างคำเบิกความของจำเลยในคดีที่เป็นเหตุให้จำเลยถูกฟ้องฐาน เบิกความเท็จ และปรากฎมีข้อความในคำเบิกความนั้นว่า "ข้าพเจ้าพยานได้สาบาลตนแล้ว" ก็ตามข้อความดังกล่าว ก็เป็นแต่เพียงแบบพิมพ์ซึ่งได้ตีพิมพ์ไว้ก่อน และเพราะในการเบิกความเป็นพยานในศาลก็หามีกฎหมายบังคับให้พยานทุกคนต้องสาบาลหรือปฏิญาณตัวก่อนเบิกความไม่ ฉะนั้น เมื่อจำเลยปฏิเสธและโจทก์ไม่ได้นำสืบพยานบุคคลถึงความข้อนี้เลย ก็ลงโทษจำเลยฐานเบิกความเท็จไม่ได้.โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้สาบาลตัวที่จะให้ถ้อยคำเบิกความเป็นพยานต่อศาลในการพิจารณาคดีอาญา จำเลยได้บังอาจเอา ความที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นความเท็จมาเบิกความในข้อสำคัญในคดีนั้น ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๑๕๕, ๑๕๖ จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ตามที่โจทก์นำสืบมานั้น ไม่มีพยานที่ได้หรือได้ยินจำเลยสาบาลหรือปฏิญารตนอันเป็นหน้าที่โจทก์ จะต้องนำสืบให้ปรากฎตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๑๕๕, ๑๕๖ ทั้งข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบมาก็ฟังลงโทษจำเลยไม่ได้ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยมีผิด พิพากษากลับให้ลงโทษและเพิ่มโทษคงจำคุก ๘ เดือน แต่ให้รอการลงโทษ จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาขอไม่ให้รอการลงโทษ ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดฐานเบิกความเท็จตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๑๕๕, ๑๕๖ นั้น ต้องได้ความว่าจำเลยได้ สาบาลหรือปฏิญาณตัวที่จะให้ถ้อยคำ ........ จำเลยให้การปฏิเสธฟ้อง จึงเป็นหน้าที่โจทก์จะต้องนำสืบให้ฟังได้ว่าจำเลยได้ สาบาลหรือปฏิญาณตัวแล้ว แต่คดีนี้ไม่ปรากฎว่าโจทก์ได้นำสืบพยานบุคคลถึงความข้อนี้เลย จริงอยู่โจทก์ได้อ้