ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 366/2500

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิในการฟ้องคดีละเมิดเครื่องหมายการค้าของผู้ขอจดทะเบียนที่มิใช่เจ้าของ

หลักกฎหมาย

ผู้ที่จะขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้ต้องเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น หรือหากไม่ใช่เจ้าของต้องได้รับมอบฉันทะจากเจ้าของ การขอจดทะเบียนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่ผู้ขอ และผู้ที่นำเข้าสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้ามาจำหน่ายโดยมิได้ใช้เครื่องหมายการค้าเอง ไม่เป็นการละเมิดสิทธิของผู้ขอจด

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นเพียงผู้จำหน่ายแป้งนมที่มีเครื่องหมายการค้า "SIMILAC" ซึ่งเป็นของบริษัทผู้ผลิตต่างประเทศ โจทก์ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยไม่ได้รับมอบฉันทะจากเจ้าของที่แท้จริง จำเลยสั่งสินค้าดังกล่าวเข้ามาจำหน่าย

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 366/2500บริษัท+++++ จำกัด โดยนายผล สมานนท์โจทก์/กรรมการนายยุ่งเซ็ง แซ่ลี้ ห้างหุ้นส่วนสามัญ บริษัทหลี++ง้วน(จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล) พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ผู้ที่จะขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้ จะต้องเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า นั้นๆ แต่ไม่จำต้องเป็นผู้ทำสินค้าขึ้นเองก็ได้ ถ้าบุคคลผู้ขอจดทะเบียนไม่ได้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นแล้ว ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องได้รับมอบฉันทะจากเจ้าของเสียก่อน เครื่องหมายการค้า " SIMILAC " ที่โจทก์ฟ้องนี้ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทเอมแอนด์อาร์ใดเอทเตติกลามอแรคตอรี่ สำหรับใช้กับแป้งนมซึ่งบริษัทเป็นผู้ผลิตขึ้นจำหน่าย หาใช่เครื่องหมายการค้าของโจทก์ ไม่โจทก์เป็นแต่ผู้จำหน่ายแป้งนมนี้เท่านั้น และบริษัทผู้ผลิตมิได้มอบอำนาจให้โจทก์เป็นผู้ไปขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านี้ต่อเจ้าพนักงานที่โจทก์ไปขอทะเบียนเครื่องหมายการค้า "SIMILAC " ส่งเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่โจทก์ตามนัยของ ม.37 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า จำเลยเป็นแต่ผู้สั่งแป้งนม SIMILAC เข้ามาจำหน่าย มิใช่เป็นผู้ใช้เครื่องหมายการค้าเอง จำเลยจึงมิได้ละเมิดสิทธิของโจทก์ โจทก์จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยไม่ได้.คดีนี้โจทก์ ฟ้องและร้องเพิ่มเติมฟ้องขอให้ห้ามจำเลยมิให้จำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า SIMILAC ซึ่งโจทก์ได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๔๗๔ แล้ว และขอให้ห้ามมิให้จำเลยสั่งหรือนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยต่อไป ถ้าจำเลยยังจำหน่ายสินค้าดังกล่าวไม่หมด ขอให้จำเลยส่งมอบต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อทำลายเสีย และขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๑๒,๕๐๐ บาท