โจทก์ฎีกาในคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยที่ 2 มิได้กระทำผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 เป็นทหารอากาศซึ่งไม่อยู่ใ
ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219 ห้ามมิให้โจทก์ฎีกาในคดีที่ศาลเดิมและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริง และเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 มิได้กระทำผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นทหารอากาศจึงไม่อยู่ในอำนาจศาลพลเรือน
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองสมคบกันขับรถยนต์ชนบุตรโจทก์ตาย โดยจำเลยที่ 1 เป็นทหารอากาศ จำเลยที่ 2 เป็นพนักงานขับรถยนต์ของกรมชลประทาน ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งยกฟ้องจำเลยที่ 2 เพราะไม่มีการสมคบ และไม่รับฟ้องจำเลยที่ 1 เพราะเป็นทหารอากาศไม่อยู่ในอำนาจศาลพลเรือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาขอให้รับ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 81/2499นายบุ ศรีวงษ์โจทก์นายมนูญ สารตราคม ที่ 1 นายบุญลือ โฉมเจริญ ที่ 2จำเลย ป.วิ.อ. ม. 170, ม. 219 พระธรรมนูญศาลหทาร ในกรณีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมูลคดีในการไต่สวนมูลฟ้องว่าจำเลยที่ 2 มิได้กระทำผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ถือว่าศาลทั้งสองวินิจฉัยข้อเท็จจริงต้องกัน ซึ่งตามลักษณะอุทธรณ์ฎีกาลักษณะ 2 ม.219 บัญญัติว่าห้ามมิให้โจทก์ฎีกาในดคีซึ่งศาลเดิมและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง ดังนั้นคดีเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 โจทก์จึงฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้ ฟ้องทหารว่าสมคบกับพลเรือนกระทำผิดศาลไต่สวนแล้วได้ความว่าทหารกระทำผิดแต่ลำพังผู้เดียวดังนี้ศาลพลเรือนย่อมต้องจำหน่ายคดีที่ทหารถูกฟ้องนั้นเสียเพราะไม่อยู่ในอำนาจศาลพลเรือน.โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ รับราชการเป็นทหารอากาศประการโรงเรียนการบินดอนเมือง จำเลยที่ ๒ เป็นพนักงานขับรถยนต์ของกรมชลประทาน เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๔๙๖ เวลากลางวันจำเลยทั้งสองสมคบกันโดยจำเลยที่ ๒ ได้ขับรถยนต์ของกรมชลประทานไปครั้นถึงบ้านหนองม่วงจำเลยที่ ๒ ใช้ให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับขี่ขับรถยนต์แทนจำเลยที่ ๑ ขับโดยความเร็วเกินขนาดปราศจากความระมัดระวังชน ด.ช.เกรียว ศรีวงษ์ บุตรโจทก์ตาย เหตุเกิดที่ตำบลชอนสรเดช อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ขอให้ลงโทษ ศาลชั้นต้นไต่สวนฟ้องแล้วสั่งว่าโจทก์ฟ้องว่าเป็นการสมคบแต่ได้ความว่าไม่เป็นการสมคบในการกระทำผิดไม่ได้ความว่าจำเลยที่ ๒ ใช้จำเลยที่ ๑ คดีสำหรับจำเลยที่ ๒ ไม่มีมูลความผิดตามโจทก์ฟ้องให้ยกฟ้อง ส่วนจำเลยที่ ๑ ตามฟ้องว่าเป็นทหารอากาศประจำการตามข้อเท็จจริงไม่เป็นกรณีที่ศาลพลเรือนจะรับพิจารณาได้ จึงมีคำสั่งไม่รับฟ้องคดีนายมนูญจำเลยที่ ๑ ให้จำเลยหน่ายคดีเสียจากสารบ