ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 185/2499

ประเด็นกฎหมาย

การสมคบกันมีไม้หวงห้ามไว้ในความครอบครองเพื่อการค้า โดยพิจารณาจากพฤติการณ์ของเจ้าของรถบรรทุกไม้ที่ได้รับอนุญาตตัดไม้และภรรยามารับรองว่าเป็นไม้ของตน

หลักกฎหมาย

เจ้าของรถบรรทุกไม้ซึ่งได้รับอนุญาตตัดไม้หลายปี ย่อมเป็นผู้รู้เรื่องการทำไม้ดี เมื่อภรรยามาทำบันทึกรับรองว่าเป็นไม้ของเจ้าของรถ และเจ้าของรถเองก็พูดรับรองต่อเจ้าพนักงานว่าเป็นไม้ของตน ถือได้ว่าเจ้าของรถสมคบกับจำเลยอื่นมีไม้รายนี้ไว้ในความครอบครอง

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

เจ้าพนักงานจับไม้หวงห้ามไม่มีตราค่าภาคหลวงบนรถบรรทุกซึ่งจอดอยู่ใกล้บ้านเจ้าของรถ ภรรยาของเจ้าของรถมาทำบันทึกรับรองว่าเป็นไม้ของเจ้าของรถ และต่อมาเจ้าของรถก็พูดรับรองต่อเจ้าพนักงานว่าเป็นไม้ของตน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 185/2499พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรีโจทก์นายวัฒนะ ถาวรกิจ ที่ 1 นายสงวน โชติช่วง ที่ 2 นายเสงี่ยม บุรีงาม ที่ 3นายผินณ บางช้าง ที่ 4 นายสังข์ แกมทอง ที่ 5จำเลย พ.ร.บ.ป่าไม้ ป.อ. ม. 63จับไม้หวงห้ามไม่มีตราค่าภาคหลวงได้บนรถบรรทุกซึ่งจอดอยู่ใกล้บ้านเจ้าของรถผู้ซึ่งได้รับอนุญาตตัดไม้มาหลายปีแล้วขณะจับภรรยามาทำบันทึกรับรองว่าเป็นไม้ของเจ้าของรถ ต่อมาตนเองยังได้มาพูดรับรองต่อเจ้าพนักงานว่าเป็นไม้ของตนอีกดังนี้ย่อมถือได้ว่เจ้าของรถบรรทุกไม้สมคบกับจำเลยอื่นมีไม้รายนี้ไว้ในความครอบครองด้วย.โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันมีไม้หวงห้ามโดยมิได้มีรอยตราค่าภาคหลวงประทับไว้ในความครอบครองเพื่อการค้า ๔ ท่อน ขอให้ลงโทษ จำเลยที่ ๑ ให้การปฏิเสธและว่าจำเลยที่ ๕ มาจ้างรถยนต์ให้บรรทุกไม้ จำเลยที่ ๒,๓,๔ ต่อสู้ว่าเป็นลูกจ้างขับรถจำเลยที่ ๑ ๆ สั่งให้ไปบรรทุก จำเลยที่ ๕ รับสารภาพว่าจ้างรถยนต์จำเลยที่ ๑ ไปบรรทุกจริงเพื่อไปปลูกบ้าน ศาลชั้นต้นปรับจำเลยที่ ๒,๓,๔ คนละ ๒๘๐ บาท ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ ม.๖๙ แก้ไขโดย พ.ร.บ.ป่าไม้(ฉบับที่๓) พ.ศ.๒๔๙๔ ม.๑๖ และให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑,๕ โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานสมคบกับจำเลยที่ ๒,๒,๔ ด้วยปรับ ๒๘๐ บาท จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่าไม่ได้สมคบมีไม้ไว้ในครอบครอง ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยนี้ (นายวัฒนะ) เป็นผู้มีรถบรรทุกไม้และได้รับอนุญาตตัดไม้หลายปีแล้วย่อมเป็นผู้รู้เรื่องในการทำไม้ดี และในชั้นแรกเมื่อเจ้าพนักงานจับไม้นางบาหยันภรรยาจำเลยที่ ๑ ก็มาทำบันทึกรับรองว่าเป็นไม้ของจำเลยที่ ๑ และต่อมาจำเลยที่ ๑ ก็พูดรับรองต่อเจ้าพนักงานว่าเป็นไม้ของตน นับว่าคดีมีเหตุผลให้ฟังว่าจำเลยสมคบกันมีไม้รายนี้ไว้ในความครอบครอ