ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 743/2499

ประเด็นกฎหมาย

สัญญาขายฝากเรือนและห้องพิพาทเป็นนิติกรรมอำพรางการจำนองหรือไม่ และมีผลบังคับได้หรือไม่

หลักกฎหมาย

เมื่อคู่สัญญาตกลงทำสัญญาขายฝากกันตั้งแต่ต้น แม้ภายหลังผู้ซื้อฝากมิได้เข้าครอบครองทรัพย์และผู้ขายฝากยังคงครอบครองและเสียดอกเบี้ย ก็ไม่ทำให้สัญญาขายฝากกลายเป็นการจำนองหรือเป็นนิติกรรมอำพรางการจำนอง การขยายเวลาไถ่คืนที่ทำเป็นเอกสารอีกฉบับหนึ่งไม่ทำให้สัญญาขายฝากเดิมเสียไป

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยกับบริวารออกไปจากเรือนและห้องพิพาท

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำสัญญาขายฝากเรือนและห้องแถวเป็นเงิน 25,000 บาท กำหนดไถ่คืน 3 เดือน ต่อมาขยายเวลาไถ่คืนอีก 3 เดือน ครบกำหนดแล้วจำเลยไม่ยอมออก จำเลยต่อสู้ว่าสัญญาขายฝากเป็นการอำพรางการจำนองเพราะเจตนาแท้จริงเป็นการจำนอง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 743/2499น.ส.บุญสม เลาหะกาญจน์โจทก์นายยุ้ยฮั้ว แต้กุลจำเลย ป.พ.พ. ม. 491, ม. 495, ม. 496 พ.ร.บ.ว่าด้วยพนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2492 โจทก์ขอให้บังคับตามสัญญาฝากขายเรือนและห้องพิพาทจำเลยต่อสู้ว่าเจตนาแท้นั้นตกลงกันทำจำนองสัญญาขายฝากเป็นนิติกรรมอำพรางจึงเป็นโมฆะบังคับไม่ได้ เมื่อพยานหลักฐานฟังว่าได้พูดตกลงขายฝากกันตั้งแต่ต้นตลอดมาจนได้ทำสัญญาขายฝากกัน เมื่อคู่สัญญาตกลงกันเช่นนี้ แม้ภายหลังแทนที่โจทก์จะเข้าครอบครองทรัพย์ที่รับซื้อผากแต่กลับมอบให้จำเลยเป็นผู้ครอบครองโดยจำเลยเป็นผู้เสียดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่ขายฝากก็ตาม ก็หากลายเป็นการจำนองหรือนิติกรรมอำพรามการจำนองไปไม่ การขยายเวลาให้ไถ่ถอนคืนต่อไปอีก 3 เดือนนั้นทำขึ้นอีกฉบับหนึ่งต่างหากไม่ทำให้สัญญาขายฝากเดิมเสียไป สัญญาขายฝากเรือนและห้องพิพาทเป็นอสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นไม่ใช่ที่ดินนายอำเภอหรือผู้แทนเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำสัญญาให้ได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรม พ.ศ.2486 แก้ไขฉบับที่ 2 พ.ศ.2492.โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ทำสัญญาขายฝากเรือนและห้องแถวเลขทะเบียนรวม ๔๗๗ เป็นจำนวนเงิน ๒๕,๐๐๐ บาท สัญญาจะไถ่คืนใน ๓ เดือนและถ้าทรัพย์ขายฝากนี้ตกเป็นกรรมสิทธิแก่โจทก์ จำเลยจะจัดการให้โจทก์ได้เช่าที่ดินซึ่งปลูกสร้างทรัพย์ที่ขายฝากนี้จากผู้ให้เช่าที่ดินทันที ต่อมาจำเลยได้ทำสัญญาขอยืดกำหนดเวลาไถ่คืนไปอีก ๓ เดือน การขายฝากได้รับความยินยอมจากผู้แทนของเจ้าของที่ดินแล้ว บัดนี้ครบกำหนด จำเลยไม่ยอมออก จึงขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกไปจากเรือนและห้องแถวพิพาทและให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเ