ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 749 - 750/2499

ประเด็นกฎหมาย

ความสมบูรณ์ของฟ้องที่อ้างมาตรากฎหมายที่ถูกยกเลิกแล้ว และฟ้องที่ไม่มีลายมือชื่อผู้เรียง

หลักกฎหมาย

ฟ้องที่อ้างมาตรากฎหมายที่ถูกยกเลิกแล้ว แต่ยังคงอ้างถึงความผิดตามกฎหมายเดิม ถือเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 158(6) เพราะศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่สืบสม อย่างไรก็ตาม ฟ้องที่ไม่มีลายมือชื่อผู้เรียงไม่เป็นฟ้องตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 158(7) และเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องจำเลยฐานมีไม้สักหวงห้ามไม่รับอนุญาต โดยอ้าง พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 มาตรา 16, 17 ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ยกเลิก พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 69, 73 แล้ว ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยตามมาตรา 69, 73 และ 16, 17 ต่อมาจำเลยฎีกาว่าฟ้องไม่สมบูรณ์เพราะอ้างมาตราไม่ถูกต้อง และในอีกสำนวนหนึ่

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 749 - 750/2499อัยการจังหวัดลำพูนโจทก์นายปวน จันทร์ติมจำเลยอัยการจังหวัดลำพูนโจทก์นายปวน จันทร์ติมจำเลย พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม. 69, ม. 73 พ.ร.บ.รักษาป่าไม้ พ.ศ.2456 ม. 218, ม. 158 (6), พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อ. (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2499 ม. 13ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยโดยให้วางโทษฐานปาณีตาม ก.ม.อาญา ม.59 และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้เพราะต้องห้ามตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 218 คำขอให้ลงโทษของโจทก์ ๆ มิได้อ้าง พ.ร.บ.ป่ไม้ พ.ศ.2484 ม.69,73 คงอ้างมาแต่ พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 ม.16,17 เช่นนี้ถือได้แล้วว่าฟ้องโจทก์ได้อ้างมาตราใน ก.ม.ซึ่งบัญญัติว่าการกระทำของจำเลยนั้นเป็นความผิดและความใน พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.69,73 ได้ถูกยกเลิกตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 ม.16,17 แล้วเมื่อศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงตามฟ้องโจทก์สืบสม ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยได้แม้ศาลจะอ้าง ม.69 และ 73 แห่งพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 เป็นบทลงโทษด้วยก็หาทำให้จำเลยพ้นผิดไปได้ไม่จึงถือว่าฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องที่สมบูรรณ์ตาม ป.วิ.อาญา ม.158(6) และการที่ศาลลงโทษจำเลยก็ชอบด้วยกระบวนวิธีพิจารณาแล้ว ปัญหาว่าฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วย ก.ม.หรือไม่เพราะไม่มีลายมือชื่อผู้เรียงถือว่าเป็นปัญหาข้อ ก.ม.ที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยจะมิได้หยิบยกขึ้นโต้เถียงในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่จำเลยย่อมหยิบยกขึ้นโต้เถียงในชั้นศาลฎีกาได้เสมอ ปรากฏว่าฟ้องของโจทก์ไม่มีลายมือชื่อผู้เรียงจริง จึงถือว่าไม่เป็นฟ้องตาม ป.วิ.อาญา ม.158(7) ศาลต้องยกฟ้องเสียโดยไม่จำเป็นต้องพิจารณาถึงปัญหาอื่นอีก จำเลยฎีกาว่าจำเลยได้ชำระค่าปรับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้