ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 584/2536

ประเด็นกฎหมาย

การเลิกจ้างเมื่อครบกำหนดระยะเวลาการจ้างตามสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอน ถือเป็นการเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน และนายจ

หลักกฎหมาย

การที่จำเลยไม่ให้โจทก์ทำงานต่อไปเมื่อครบกำหนดระยะเวลาการจ้าง ถือเป็นการเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 เพราะหากไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้าง ก็ไม่จำเป็นต้องกำหนดข้อยกเว้นสำหรับงานที่มีลักษณะเป็นครั้งคราว เป็นการจร ตามฤดูกาล หรือตามโครงการ งานที่โจทก์ทำเป็นงานถาวร ไม่เข้าข้

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์และจำเลยทำสัญญาจ้างเป็นหนังสือมีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน โดยกำหนดวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดไว้ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาการจ้าง จำเลยไม่ให้โจทก์ทำงานต่อไป งานที่โจทก์ทำมีลักษณะเป็นงานถาวร มิใช่เป็นงานครั้งคราว เป็นการจร เป็นไปตามฤดูกาล หรือเป็นงานตามโครงการ จำเลยให้การว่า สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวล

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 584/2536นาย อนันต์ อัน ประสิทธิ์โจทก์บริษัท ผลิตผล ไฟฉาย ไทย จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 582 ป.วิ.พ. ม. 177 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 11) ข้อ 46โจทก์และจำเลยทำสัญญาจ้างเป็นหนังสือมีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน โดยกำหนดวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดไว้ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาการจ้างนายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า งานที่โจทก์ทำมีลักษณะเป็นงานถาวรมิใช่เป็นงานครั้งคราวเป็นการจร เป็นไปตามฤดูกาล หรือเป็นงานตามโครงการการเลิกจ้างไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้าง เมื่อครบกำหนดระยะเวลาการจ้าง จำเลยไม่ให้โจทก์ทำงานต่อไป ก็ต้องถือว่าเป็นการเลิกจ้างตามความหมายของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 46 จำเลยต้องชดใช้ค่าชดเชยแก่โจทก์ ปัญหาว่าสัญญาจ้างระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาที่มีลักษณะเป็นครั้งคราวเป็นการจร เป็นไปตามฤดูกาล หรือเป็นงานตามโครงการหรือไม่นั้น จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างจะต้องเป็นฝ่ายยกขึ้นต่อสู้คดีไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์จะต้องบรรยายมาในคำฟ้อง เมื่อจำเลยมิได้ยกเรื่องดังกล่าวขึ้นต่อสู้คดี จึงไม่มีประเด็นที่ศาลจะหยิบยกขึ้นวินิจฉัยโจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้าง ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิดและมิได้บอกกล่าวล่วงหน้าและมิได้จ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวันจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำเลยให้การว่า จำเลยมิได้เลิกจ้างโจทก์ เนื่องจากสัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์กับจำเลยมีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน คือ มีกำหนดระยะเวลาการจ้าง 11 เดื