ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 764/2477

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าจำเลยสามารถอุทธรณ์และฎีกาในข้อเท็จจริงได้หรือไม่ เมื่อศาลล่างพิพากษาต้องกันและปรับไม่ถึงพันบาท และการอุทธรณ์ที่ไม่ได้ระบุข้อกฎหมายชัดเจนจะถือเ

หลักกฎหมาย

ในคดีที่จำเลยต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.ลักษณอุทธรณ์ ถ้าศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยซึ่งมิได้อุทธรณ์ในข้อกฎหมายและศาลอุทธรณ์ก็มิได้กล่าววินิจฉัยในข้อกฎหมายอย่างไรแล้ว ศาลฎีกาตัดสินให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ บังคับคดีตามศาลเดิมได้ และการอุทธรณ์ในข้อกฎหมายต้องแสดงข้อกฎหมายขึ้นมาด้วย ส่วนเจตนา

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลเดิม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ศาลเดิมพิพากษาจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ฝิ่น ปรับรวม 331.40 บาท และจำเลยที่ 1 มีความผิดอีกกระทงปรับ 100 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แก้เฉพาะกระทงที่ 2 โดยไม่แสดงข้อกฎหมาย จำเลยฎีกาในกระทงที่ 1 เรื่องเจตนา ซึ่งเป็นข้อเท็จจริง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 764/2477อัยยการนครนายกโจทก์ขุนผลาพิบูลย์ที่ 1 ,นายง้วนที่ 2 ,นายยี่ที่ 3จำเลย พ.ร.บ.ฝิ่น พ.ศ.2472 ม. 53-66-17-5 พ.ร.บ.ลักษณะอุทธรณ์ พ.ศ.2473 ม. 3 -5 (1) วิธีพิจารณาอาชญา พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2469 ในคดีที่จำเลยต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.ลักษณอุทธรณ์ ถ้าศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยซึ่งมิได้อุทธรณ์ในข้อกฎหมายแลศาลอุทธรณ์ก็มิได้กล่าววินิจฉัยในข้อกฎหมายอย่างไรแล้ว ศาลฎีกาตัดสินให้ ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ บังคับคดีตามศาลเดิมได้ ในคดีที่คู่ควมอุทธรณ์ใช้+อกกฎหมายนั้นจะต้องแสดงข้อกฎหมายขึ้นมาด้วย พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ +.ศ.2461 ม.3 คดีที่ศาลเดิมแลศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ปรับจำเลยไม่ถึงพันบาทนั้นต้องด้วย ม.3 เจตนาหรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริงคดีนี้ศาลเดิมพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ -๒มีผิดตามพระราชบัญญัติฝิ่น ม.๕๓-๖๖ ให้ปรับรวมกัน ๔ เท่าราคาฝิ่นเป็นเงิน ๓๑๑ บาท ๔๐ สตางค์ ฐานมีกล้องฝิ่นตาม ม.๖๖ อีก ๒๐ บาทรวม ๓๓๑ บาท ๔๐ สตางค์ แลว่าจำเลยที่ ๑ มีผิดฐานมีฝิ่นขาดแลเกินไปจากจำนวนในใบอนุญาตตาม ม.๑๗-๕๗-๕๓ อีกกะทง ๑ ให้ปรับ ๔ เท่าราคาฝิ่นเป็นเงิน ๑๐๐ บาท แลให้ปรับจำเลยที่ ๓ ฐานมีมูลฝิ่นตาม ม.๕๓ เป็นเงิน ๒๕ บาท จำเลยที่ ๑ แลที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ในข้อที่ศาลเดิมให้ปรับจำเลย ๑๐๐ บาทคงให้ปรับจำเลยที่ ๑ สี่เท่าราคาฝิ่นที่เหลืออยู่เป็นเงิน ๓๖ บาทนอกนั้นยืน ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้ศาลเดิมแยกปรับจำเลยเป็น ๒ กะทง ๆ ที่ ๑ ปรับ ๓๓๑ บาท ๔๐ สตางค์ ซึ่งจำเลยอุทธรณ์ได้ ส่วนในกะทงที่ ๒ ศาลเดิมปรับจำเลยที่หนึ่ง ๑๐๐ บาทนั้นจำเลยจะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงไม่ได้ และจะถือว่าจำเลยอุทธรณ์ในข้อกฎหมายก็ไม่ได้ เพราะไม่ได้อธิบายไว้ว่าอุทธรณ์ในข้อกฎหมายอะไรจึงต