ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 778/2477

ประเด็นกฎหมาย

การได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ต้องอาศัยเกณฑ์ที่ผู้เข้าอยู่ครอบครอง มิใช่อาศัยเกณฑ์ที่เจ้าข

หลักกฎหมาย

จำเลยจะได้กรรมสิทธิ์ตามมาตรา 1382 ต่อเมื่อได้ครอบครองมาเป็นเวลา 10 ปี และการที่โจทก์จะได้ทำที่นาเป็นหรือไม่ได้ทำก็ไม่ถือว่าได้ละทิ้งที่ดิน

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษาบังคับคดีตามศาลเดิม (ศาลชั้นต้น) ซึ่งพิพากษาขับไล่จำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทตั้งแต่ พ.ศ. 2466 ต่อมาได้นำเจ้าพนักงานไปรังวัดสอบเขตตามโฉนดสองครั้งในระยะเวลาห่างกันประมาณ 9 ปี โดยไม่มีผู้ใดโต้แย้ง จำเลยเข้ามาทำในที่ดินของโจทก์เพียง 3-4 ปี

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 778/2477คุณหญิงวรวิทย์พิศาลโจทก์นายทง ภู่แสง นายชม นายหวาน ชุมทองจำเลย ป.ที่ดิน ป.พ.พ. ม. 1382ที่จะได้กรรมสิทธิโดยครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นนั้นอาศัยเกณฑ์ที่ผู้เข้าอยู่ครอบครองมิได้อาศัยเกณฑ์ที่เจ้าของเดิมละทิ้งที่วิวาทโจทก์ได้รับโอนกรรมสิทธิมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๖๖ ต่อมาสัก ๓ ปีโจทก์นำเจ้าพนักงานไปรังวัดสอบเขตต์ตามโฉนดครั้งหนึ่ง แลในพ.ศ.๒๔๗๕ ได้นำเข้าหลวงพิเศษวัดแบ่งที่ดินรังวัดตามโฉนดอีกครั้งหนึ่งทั้ง ๒ ครั้งไม่มีผู้ใดตั้งวิวาท จำเลยเข้ามาทำในที่ของโจทก์เพียง ๓-๔ ปี ศาลเดิมตัดสินขับไล่จำเลย ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์ละทิ้งตั้ง ๑๐ ปีขาดกรรมสิทธิ จึงพิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่าตามข้อเท็จจริงข้างต้นโจทก์จะได้ทำที่เป็นนาหรือไม่ได้ทำก็ไม่ถือว่าได้ละทิ้ง จำเลยจะได้กรรมสิทธิตามมาตรา ๑๓๘๒ ต่อเมื่อได้ครอบครองมาเป็นเวลา ๑๐ ปี แต่เมื่อจำเำลยครอบครองมาเพียง ๓-๔ ปี โจทก์ยังมีสิทธิฟ้องได้ จึงพิพากษาบังคับคดีตามศาลเดิม(ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ-มนธา-กฤต)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ