ความผิดฐานแจ้งความเท็จตามมาตรา 118 ต้องมีเจตนาทุจริตหรือไม่ และการที่เจ้าพนักงานทราบความเท็จแล้วจะทำให้ไม่เป็นความผิดหรือไม่
ความผิดฐานแจ้งความเท็จตามมาตรา 118 เพียงแต่จำเลยมีเจตนาเอาความเท็จมากล่าวและอาจจะเสียหายได้แล้ว ก็มีผิด การที่เจ้าพนักงานจะทราบความเท็จหรือไม่นั้นไม่เป็นข้อสำคัญ
ศาลฎีกาตัดสินกลับให้ปรับจำเลย 150 บาทตามมาตรา 118 และเพิ่มโทษตามมาตรา 72 อีกหนึ่งในสามเป็นเงิน 200 บาท
จำเลยยื่นคำร้องขอประกันตัวผู้ต้องหาต่ออำเภอ โดยในคำร้องและหนังสือประกันระบุว่าจำเลยมีที่ดินกว้าง 8 วา ยาว 22 วา ราคา 1,000 บาท และไม่ได้จำนองไว้แก่ใคร แต่ความจริงที่ดินดังกล่าวจำนองไว้แก่ผู้อื่นก่อนแล้ว และขนาดยาวเพียง 13 วา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 459/2472อัยยการอุบลราชธานีโจทก์นายเสียง ไชยกาลจำเลย ป.อ. ม. 118, ม. 72 ป.วิ.อ. ยื่นคำร้องเท็จขอประกันผู้ทำผิด ถึงแม้จะไม่มีเจตนาทุจริตก็มีผิด วิธีพิจารณาอาญา ข้อทุจริตหรือไม่ทุจริตนั้นไม่ใช่ข้อสำคัญในความผิดฐานแจ้งความเท็จปัญหากฎหมายเทียบฎีกาที่ 571/2471ได้ความว่าจำเลยยื่นคำร้องขอประกัน ย.ค.ต่ออำเภอ ในคำร้องและหนังสือประกันกล่าวว่าจำเลยมีที่ดินแปลงหนึ่งกว้าง ๘ วายาว ๒๒ วา ราคา ๑๐๐๐ บาทไม่ได้จำนองไว้ แก่ใคร แต่ความจริงที่ดินนั้นจำเลยจำนองไว้แก่ผู้มีชื่อก่อนแล้ว และขนาดยาวของที่ก็มีเพียง ๑๓ วาดังนี้ ศาลเดิมและศาลอุทธรณ์ตัดสินยกฟ้องโจทก์โดยกล่าววาปลัดอำเภอก็ทราบว่า ทีดินของจำเลยได้จำนองไว้ และจำเลยสืบสมว่าที่มีราคาสูงกว่า ๒๐๐๐ บาท ไม่เรียกว่าจำเลยแจ้งความเท็จดดยทุจริต และไม่เป็นเหตุอาจเกิดการเสียหายได้ ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดฐานแจ้งความเท็จตาม ม.๑๑๘ นั้น เพียงแต่จำเลยมีเจตนาเอาความเท็จมากล่าวและอาจจะเสียหายได้แล้ว ก็มีผิด การที่เจ้าพนักงานจะทราบความเท็จหรือไม่นั้นไม่เป็นข้อสำคัญ จำเลยสาบาลตัวกล่าวความเท็จเช่นนี้ ย่อมเป็นเหตุนำมาซึ่งความเสียหายต่อทางราชการ จึงตัดสินกลับให้ปรับจำเลย ๑๕๐ บาทตาม ม.๑๑๘ จำเลยเคยต้องโทษฐานลักเล่นไพ่พนันมาครั้งหนึ่งแล้ว ให้เพิ่มโทษตาม ม.๗๒ อีก ๑ ใน ๓ เป็นเงิน ๒๐๐ บาท(นล-ศรี-หริศ)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ