ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 470/2472

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าฟ้องที่ไม่ได้กล่าวคำว่า "เจตนาจะฆ่า" โดยตรง แต่เมื่ออ่านฟ้องทั้งหมดรวมทั้งคำขอท้ายฟ้องแล้วเห็นได้ว่าโจทก์กล่าวความชัดพอ ไม่ทำให้จำเลยหลงต่อสู้

หลักกฎหมาย

การอ่านฟ้องต้องพิจารณาทั้งหมดรวมทั้งคำขอท้ายฟ้อง หากเห็นได้ว่าโจทก์กล่าวความชัดพอ ไม่ทำให้จำเลยหลงต่อสู้ ฟ้องย่อมสมบูรณ์ แม้ไม่ได้ใช้คำว่า "เจตนาจะฆ่า" โดยตรง

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ว่าฟ้องโจทก์สมบูรณ์ จำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าคนตามมาตรา 249 และ 60

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยยิง พ. หนึ่งนัด กระสุนไม่ถูก พ. โจทก์เห็นว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าคน ขอให้ลงโทษตามมาตรา 249 และ 60 โดยฟ้องไม่ได้กล่าวคำว่า "เจตนาจะฆ่า" โดยตรง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 470/2472อัยยการปราจีนบุรีโจทก์นายปิน วาจาหวานจำเลย อาชญา ม. 249, ม. 254, ม. 60 พยายามฆ ป.วิ.อ. พยายามฆ่าคน ฟ้องโจทก์ไม่กล่าว " คำเจตนาจะฆ่า" ต้องอ่านฟ้องทั้งหมดรวมเข้าวินิจฉัยโจทก์ฟ้องแต่เพียงว่าจำเลยยิง พ. ๑ นัด กระสุนไม่ถูก พ. โจทก์เห็นจำเลยมีผิดฐานพยายามฆ่าคน ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๔๙-๖๐ ศาลเดิมเห็นว่า โจทก์ไม่กล่าวว่าจำเลยมีเจตนาจะฆ่า ตามนัยฎีกาที่ ๑๐๘๖/๒๔๖๘ จะลงโทษตามมาตรา ๒๔๙ ไม่ได้ จึ่งตัดสินลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๕๔-๖๐ จำคุก ๑ ปี ๔ เดือน ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เมื่อรวมฟ้องข้อง ๑-๒ เข้าแล้ว เห็นได้ถนัดว่าโจทก์หาว่าจำเลยทำผิดฐานพยายามฆ่าคนโดยตรง จึ่งตัดสินแก้ศาลเดิมให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๔๙-๖๐ จำคุก ๑๐ ปี ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่ออ่านฟ้องโจทก์รวมทั้งคำขอท้ายฟ้องแล้ว เห็นได้ว่าโจทก์กล่าวความชัดพอ ไม่ทำให้จำเลยหลงต่อสู้ประการใด จึ่งตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์(พิพาก-พรหม-วิชัย)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ