ปัญหาว่าฟ้องที่ไม่ได้กล่าวคำว่า "เจตนาจะฆ่า" โดยตรง แต่เมื่ออ่านฟ้องทั้งหมดรวมทั้งคำขอท้ายฟ้องแล้วเห็นได้ว่าโจทก์กล่าวความชัดพอ ไม่ทำให้จำเลยหลงต่อสู้
การอ่านฟ้องต้องพิจารณาทั้งหมดรวมทั้งคำขอท้ายฟ้อง หากเห็นได้ว่าโจทก์กล่าวความชัดพอ ไม่ทำให้จำเลยหลงต่อสู้ ฟ้องย่อมสมบูรณ์ แม้ไม่ได้ใช้คำว่า "เจตนาจะฆ่า" โดยตรง
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ว่าฟ้องโจทก์สมบูรณ์ จำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าคนตามมาตรา 249 และ 60
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยยิง พ. หนึ่งนัด กระสุนไม่ถูก พ. โจทก์เห็นว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าคน ขอให้ลงโทษตามมาตรา 249 และ 60 โดยฟ้องไม่ได้กล่าวคำว่า "เจตนาจะฆ่า" โดยตรง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 470/2472อัยยการปราจีนบุรีโจทก์นายปิน วาจาหวานจำเลย อาชญา ม. 249, ม. 254, ม. 60 พยายามฆ ป.วิ.อ. พยายามฆ่าคน ฟ้องโจทก์ไม่กล่าว " คำเจตนาจะฆ่า" ต้องอ่านฟ้องทั้งหมดรวมเข้าวินิจฉัยโจทก์ฟ้องแต่เพียงว่าจำเลยยิง พ. ๑ นัด กระสุนไม่ถูก พ. โจทก์เห็นจำเลยมีผิดฐานพยายามฆ่าคน ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๔๙-๖๐ ศาลเดิมเห็นว่า โจทก์ไม่กล่าวว่าจำเลยมีเจตนาจะฆ่า ตามนัยฎีกาที่ ๑๐๘๖/๒๔๖๘ จะลงโทษตามมาตรา ๒๔๙ ไม่ได้ จึ่งตัดสินลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๕๔-๖๐ จำคุก ๑ ปี ๔ เดือน ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เมื่อรวมฟ้องข้อง ๑-๒ เข้าแล้ว เห็นได้ถนัดว่าโจทก์หาว่าจำเลยทำผิดฐานพยายามฆ่าคนโดยตรง จึ่งตัดสินแก้ศาลเดิมให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๔๙-๖๐ จำคุก ๑๐ ปี ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่ออ่านฟ้องโจทก์รวมทั้งคำขอท้ายฟ้องแล้ว เห็นได้ว่าโจทก์กล่าวความชัดพอ ไม่ทำให้จำเลยหลงต่อสู้ประการใด จึ่งตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์(พิพาก-พรหม-วิชัย)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ