ปัญหาว่าโจทก์ต้องนำสืบเจตนาของจำเลยในการมีแป้งเชื้อสุราหรือไม่ ตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติภาษีชั้นใน จ.ศ. 1248
การมีแป้งไม่ใช่มีเครื่องกลั่นหรือเครื่องทำน้ำสุรา เว้นไว้แต่จะมีไว้เพื่อต้มกลั่นสุราจึงจะมีผิด
พิพากษายืนตามศาลล่าง ลงโทษจำเลยไม่ได้เพราะโจทก์ไม่มีพยานสืบว่าจำเลยมีแป้งไว้เพื่อทำน้ำสุราเถื่อน
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีลูกแป้งสำหรับทำน้ำสุราเถื่อนไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยต่อสู้ว่ามีไว้เพื่อทำยา โจทก์ไม่มีพยานสืบถึงเจตนาของจำเลย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 792/2477อัยยการอุดรธานีโจทก์นายสมบูรณ์ แก้วพงพาน กับพวกจำเลย พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน จ.ศ.1248 ม. 38 วิธีพิจารณาอาชญา ฟ้องว่าจำเลยมีแป้งเชื้อสุราไว้เป็นหน้าที่โจทก์ต้องนำสืบว่าจำเลยมีไว้เพื่อเจตนาจะทำน้ำสุราจึงจะลงโทษจำเลยได้ อ้างฎีกาที่ 438/2471 ที่ +67/2472โจทก์ฟ้องว่า ส.จำเลยมีลูกแป้งสำหรับทำน้ำสุราเถื่อนไว้โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ขอให้ลงโทษ ส.จำเลยต่อสู้ว่า ลูกแป้งของกลางนั้นจำเลยมีไว้เพื่อทำยา หามีความผิดไม่ ศาลเดิมพิพากษาว่าโจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความว่าจำเลยมีแป้งนั้นไว้เพื่อทำน้ำสุราเถื่อนจึงจะลงโทษได้ แต่โจทก์หามีพะยานมาสืบไม่ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่าตาม ม.๓๘ แห่งพ.ร.บ.ภาษีชั้นใน จ.ศ.๑๒๔๘ โจทก์ไม่จำต้องนำสืบถึงเจตนาของจำเลยเพียงแต่มีลูกแป้งชนิดนั้นไว้ก็ลงโทษได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีชนิดนี้ศาลฎีกาได้เคยพิพากษาไว้แล้ว คือฎีกาที่ ๔๓๘/๒๔๗+ ที่ ๒๖๗/๒๔๗๒ ซึ่งวินิจฉัยว่า การมีแป้งไม่ใช่มีเครื่องกลั่นหรือเครื่องทำน้ำสุรา เว้นไว้แต่จะมีไว้เพื่อต้มกลั่นสุราจึงจะมีผิด เรื่องนี้โจทก์แถลงว่าที่จำเลยมีแป้งของกลางไว้เพื่อเจตนาจะทำน้ำสุราเถื่อนนั้น โจทก์ไม่มีพะยานสืบ จึงเป็นอันลงโทษจำเลยไม่ได้พิพากษายืนตามศาลล่าง(กฤต-พรหม-อมาตย)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ