ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 475/2472

ประเด็นกฎหมาย

การกระทำของจำเลยที่เมาสุราและยิงปืนขึ้นฟ้าโดยไม่ปรากฏว่าจ้องไปทางใด เป็นความผิดฐานพยายามฆ่าหรือไม่

หลักกฎหมาย

การที่จำเลยเมาสุราจนไม่มีสติและพยานโจทก์เบิกความแตกต่างกัน ฟังไม่ได้ว่าจำเลยจ้องปืนไปทางใด ยังไม่พอลงความเห็นว่าจำเลยตั้งใจยิงโดยเจตนาฆ่า จึงเป็นเพียงความผิดฐานพยายามทำร้ายร่างกาย

คำวินิจฉัย

จำเลยมีความผิดฐานพยายามทำร้ายร่างกายตามมาตรา 60-254 จำคุก 6 เดือน และปรับตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ร.ศ.131 มาตรา 34 อีก 30 บาท

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเมาสุราจนยั้งสติไม่อยู่ ถือปืนเดินตรงมาที่ ร. แล้วยิงปืนขึ้นนัดหนึ่ง แต่กระสุนไม่ถูกใคร ต่อมาค้นหากระสุนไม่ได้แล้วพูดว่า "ฟันเสียเถอะ" แล้วเข้าฟัน ร. 2 ที

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 475/2472อัยยการเพ็ชร์บุรีโจทก์นายฉาบ ฤทธิ์น้อยจำเลย อาชญา ม. 249, ม. 60 แล 254, ม. 60 พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ร.ศ.131 ม. 34 ป.วิ.อ. ไม่ปรากฎว่าจำเลยจ้องปืนยิงไปทางไหนยังไม่พอลงโทษฐานพยายามฆ่าคน เมาสุรายั้งสติไม่อยู่วินิจฉัยว่าไม่มีเจตนาฟ้องว่าพยายามฆ่าคนพิจารณาได้ความว่าพยายามทำร้าย ลงโทษได้จำเลยเมาสุราจนยั้งสติไม่อยู่ ได้ถือปืนเดิรตรงมาที่ ร. แล้วยิงปืนขึ้นนัดหนึ่ง แต่กระสุนปืนไม่ถูกใคร เมื่อจำเลยค้นหากระสุนปืนในกระเป๋าอีกไม่ได้ แล้วจึ่งพูดว่าฟันเสียเถอะ แล้วก็ตรงเข้าฟัน ร. ๒ ที ร.เอาปืนรับไว้ แล้วตีตอบไปถูกศีร์ษะกับดั้งจมูกจำเลยล้มลง แต่โจทก์ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๔๙-๖๐ เท่านั้น ศาลเดิมตัดสินว่า จำเลยมีผิดตามมาตรา ๒๔๙-๖๐ และพระราชบัญญัติอาวุธปืน ร.ศ.๑๓๑ มาตรา ๓๔ รวม ๒ กะทง แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๔๙-๖๐ ซึ่งเปนบทหนัก จำคุกจำเลย ๑๐ ปี ศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์เห็นว่า พะยานโจทก์เบิกความแตกต่างกัน ฟังไม่ได้ว่าจำเลยจ้องปืนไปทางใด และประกอบด้วยจำเลยเมาสุราจนไม่มีสติดั่งนี้ ยังไม่พอจะลงความเห็นว่าจำเลตั้งใจยิง ร.โดยเจตนา จึ่งตัดสินแก้ศาลเดิมว่า จำเลยมีผิดเพียงฐานพยายามทำร้ายร่างกายตามมาตรา ๖๐-๒๕๔ ให้จำคุก ๖ เดือนกับปรับตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ร.ศ.๑๓๑ มาตรา ๓๔ อีก ๓๐ บาท(ศรี-พิพาก-วิชัย)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ