ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 795/2477

ประเด็นกฎหมาย

อายุความของสิทธิเรียกร้องเงินที่ผ่อนส่งเป็นงวด ๆ และอำนาจฟ้องของภรรยาที่เป็นผู้รับมฤดก

หลักกฎหมาย

สิทธิเรียกร้องเงินที่ผ่อนส่งเป็นงวด ๆ มีอายุความ 5 ปี นับแต่วันที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้แต่ละงวด และภาระการนำสืบว่าภรรยาไม่ควรรับมฤดกตกแก่จำเลย

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยใช้เงิน 500 บาทพร้อมดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะใช้เงินเสร็จ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นหนี้สามีโจทก์ตามสัญญาผ่อนส่งปีละ 100 บาท ชำระแล้ว 8 งวด ค้าง 10 งวด สามีถึงแก่กรรม โจทก์เป็นภรรยาฟ้องเรียกเงินค้าง 1,000 บาท

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 795/2477นางชุ่ม กรรณสูตโจทก์นายเช่งอี่ เปล่งวานิชจำเลย ป.พ.พ. ม. 3-4 -116-1 ป.วิ.พ. กฎหมายเก่ากับใหม่ขัดกันสิทธิเรียกร้องเอาเงินที่ผ่อนส่งเงินกู้เป็นงวด ๆ นั้นมีกำหนดอายุความ 5 ปี ผิดนัดผ่อนใช้เงินเป็นงวด ๆ ตามสัญญาซึ่งทำไว้ก่อนใช้ประมวลแพ่ง ฯ นั้นสำหรับงวดในระวางเวลาที่ใช้ประมวลแพ่ง ฯ แล้ว ย่อมมีสิทธิเรียกร้องได้เพียง 5 ปีคือนับแต่วันที่ฟ้องย้อนขึ้นไป 5 ปี ผัวเมีย,มฤดก วิธีพิจารณาแพ่ง อำนาจฟ้อง หน้าที่นำสืบ หลักวินิจฉัย ภรรยาซึ่งเป็นผู้รับมฤดกจากสามีผู้วายชนม์ฟ้องเรียกเงินจากจำเลย ๆ รับว่าเป็นภรรยจริงแต่ต่อสู้ว่าเป็นผู้ไม่ควรได้รับมฤดกเป็นนาที่จำเลยต้องนำสืบว่าไม่ควรรับมฤดกเพราะเหตุไรมิฉะนั้นต้องฟังว่าโจทก์เป็นผู้ควรรับมฤดกแลมีอำนาจฟ้องคดีได้คดีนี้เดิมจำเลยเป็นหนี้สามีโจทก์ซึ่งได้คิดบัญชีเมื่อ พ.ศ.๒๔๕๗ จำเลยยังคงเป็นหนี้สามีโจทก์อยู่ ๒๑๐๐ บาท จำเลยได้ทำสัญญาผ่อนส่งเงินเป็นรายปี ๆ ละ ๑๐๐ บาท จำเลยได้ชำระมาแล้ว ๘ งวดเป็นเงิน ๘๐๐ บาท ต่อมาก็มิได้ชำระอีก เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๔ สามีโจทก์ถึงแก่กรรม โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับมฤดกจึงฟ้องเรียกเงินที่ค้างฉะเพาะ ๑๐ งวดหลังนี้ คือตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๖ ถึงพ.ศ.๒๔๗๖ เป็นเงิน ๑๐๐๐ บาทกับดอกเบี้ย ศาลเดิมเห็นว่าจำเลยผิดนัดตั้งแต่พ.ศ.๒๔๖๓ โจทก์ไม่ใช่สิทธิเรียกร้องภายใน ๑๐ ปี คดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ แต่โจทก์มีสิทธิเรียกได้เพียง ๕ ปี ตามประมวลแพ่ง ฯ ม.๑๖๖ จึงพิพากษาให้จำเลยใช้เงินโจทก์ ๕ ปีเป็นเงิน ๕๐๐ บาทกับดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะใช้เงินเสร็จ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่าจำเลยให้การรับว่าโจทก์เป