สิทธิในการอุทธรณ์ของบุคคลที่มิได้เป็นคู่ความในคดี
ผู้ที่จะฟ้องอุทธรณ์ต้องเป็นคู่ความเดิมตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาแพ่ง มาตรา 96 ข้อ 2-3
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้อง
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลสั่งว่าพินัยกรรมเป็นโมฆะ ศาลพิพากษาให้พินัยกรรมเป็นโมฆะ ผู้ร้องซึ่งอ้างว่ามีส่วนได้ตามพินัยกรรมและมิได้เป็นคู่ความในคดี ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 822/2477คุณหญิงภูมินารดภักดีโจทก์ตวนกูบาระเฮมจำเลยตวนกูอาหมัดชินตำมะหงงผู้ขอเข้าฟ้องอุทธรณ์ ป.วิ.พ. ป.พ.พ. ผู้ที่มิได้เป็นคู่ความมาแต่ชั้นศาลเดิมและไม่เกี่ยวแก่การใช้สิทธิของจำเลยเดิมแล้ว ไม่มีสิทธิฟ้องอุทธรณ์ มฤดก พินัยกรรม์คดีนี้เนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ศาลสั่งว่าพินัยกรรม์ของ ภ.เป็นโมฆะ ศาลเดิมพิพากษาให้พินัยกรรม์ฉะบับนี้ตกเป็นโมฆะ ต. ผู้ร้องอ้างว่ามีส่วนได้ตามพินัยกรรม์ จึงยื่นฟ้องอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาโดยอ้างว่าคำพิพากษาของศาลทำให้เสียหายแก่ผู้ร้องอุทธรณ์ซึ่งมิได้มาเป็นคู่ความด้วย ศาลอุทธรณ์ไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้องไว้พิจารณา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ร้องมิได้ร้องขอเข้าว่าความมาแต่เดิม จึงมิได้เป็นคู่ความในคดีนี้ด้วย แลตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาแพ่ง ม.๙๖ ข้อ ๒-๓ ผู้ที่จะฟ้องอุทธรณ์นั้นต้องเป็นคู่ความเดิม ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิฟ้องอุทธรณ์ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์(อมาตย-พรหม-นล)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ