ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 852/2477

ประเด็นกฎหมาย

ศาลมีดุลยพินิจอนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้องหรือให้จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การในระหว่างคดีค้างพิจารณาได้หรือไม่

หลักกฎหมาย

ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาแพ่งมาตรา 24 ศาลมีดุลยพินิจที่จะอนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้องหรือให้จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การในเวลาใดในระหว่างคดีค้างพิจารณาก็ได้

คำวินิจฉัย

พิพากษาให้ยกฎีกาจำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยออกตั๋วแลกเงิน 2 ฉบับ ให้ อ. เป็นผู้จ่ายเงิน 4,000 บาท โจทก์ได้รับชำระแล้ว 1,000 บาท ต่อมา อ. หลบหนี โจทก์จึงขอให้จำเลยใช้เงิน 3,000 บาท หลังจากจำเลยยื่นคำให้การ โจทก์ขอแก้ฟ้องเพิ่มเติมว่าจำเลยได้รับเงินจาก อ. แล้ว ต้องชำระเงินแก่โจทก์ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้เห็นตั๋ว และจำเลยชำระ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 852/2477บริษัทอิสเอเซียติ๊ก จำกัดโดยนายเอช.คริสเตียนเซ็นผู้จัดการ(บังคับเดนมาร์ก)ยี่ห้อบ้วนฮะเสงจำเลย ป.พ.พ. ม. 908 ป.วิ.พ. ศาลจะอนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้องเป็นประเด็นนั้นใหม่หรือจะให้จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การในขณะที่คดียังค้างพิจารณาอยู่ก็ได้ +อยู่ในดุลยพินิจของศาลโจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ออกตั๋วแลกเงินให้โจทก์ ๒ ฉะบับส่งให้ อ.เป็นผู้จ่ายเงิน ๔๐๐๐ บาท ให้โจทก์ โจทก์ได้รับชำระแล้ว ๑๐๐๐ บาทต่อมาก็ไม่ได้รับอีก บัดนี้อ.หลบหนีไปเรียกเอาเงินไม่ได้ จึงขอให้จำเลยใช้เงิน ๓๐๐๐ บาทแก่โจทก์ เมื่อจำเลยยื่นคำให้การแล้วโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้และเพิ่มเติมฟ้องว่าจำเลยได้รับเงินจาก อ.ตามตั๋วรับส่งเงิน ๒ ฉะบับเป็นเงิน ๔๐๐๐ บาทแล้ว จำเลยต้องชำระเงินจำนวนนี้แก่โจทก์ภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ได้เห็นตั๋ว และประทับตราแล้วเป็นต้นไป จำเลยได้ชำระแก่โจทก์แล้ว ๑๐๐๐ บาทต้องถือว่าจำเลยได้เห็นตั๋วแลรับรองตั๋วแล้ว ศาลแพ่งอนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้องข้อนี้ แลวินิจฉัยว่าการที่ศาลอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องนั้นหาได้อนุญาตให้แก้ประเด็นในฟ้องด้วยไม่แลฟังว่าตั๋วจีน ๒ ฉะบับที่โจทก์ฟ้องไม่เป็นตั๋วแลกเงินตามกฎหมายให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยได้รับรองจะใช้หนี้รายนี้แก่โจทก์ตามตั๋ว ๒ ฉะบับนั้นจึงให้จำเลยใช้เงิน ๓๐๐๐ บาทแก่โจทก์ จำเลยฎีกาว่าเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยแลจำเลยได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดีรู้ประเด็นแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องมีประเด็นขึ้นใหม่ ศาลจะอนุญาตได้หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าตามพ.ร.บ.วิธีพิจารณาแพ่งมาตรา ๒๔ ย่อมอยู่ในดุลยพินิจของศาลที่จะอนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้องหรือให้จำเลยแก้เพิ่มเติมคำให้การในเวลาหนึ่งเวลาใดในระวางคดีค้างพิจารณาอยู่ก็ได้ จึงพิพากษาใ