การนำสืบว่าครอบครองปรปักษ์เกิน 10 ปี แม้ฟ้องอ้างโฉนด แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าที่พิพาทอยู่ในโฉนดจำเลย ไม่เป็นการนำสืบผิดประเด็น
การบรรยายฟ้องที่กล่าวถึงการปลูกกอไผ่และขุดบ่อน้ำเป็นข้อชี้โดยพฤติการณ์ว่าโจทก์ปกครอง แม้ไม่ใช้คำตรงก็ถือว่าฟ้องได้กล่าวถึงการครอบครองแล้ว และเมื่อจำเลยสืบโต้แย้งว่าที่เป็นของตน ถือว่าทั้งสองฝ่ายนำสืบตามประเด็นตรงกัน
พิพากษายืนตามศาลเดิม
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรุกล้ำที่ดินตามโฉนดของโจทก์ แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าที่พิพาทอยู่ในเขตโฉนดของจำเลย โจทก์สืบได้ว่าครอบครองปรปักษ์มากว่า 10 ปี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 865/2477นายหยิน ก้านเกษโจทก์นายหนู,นายแดง ,หมื่นเชิดสุขประชาจำเลย ป.ที่ดิน ป.พ.พ. ม. 1382 ป.วิ.พ. พฤตติการณ์ที่การนำสืบไม่ผิดประเด็นในฟ้องโจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีที่ดินตามโฉนดที่ ๘๔๙๘ โจทก์ได้ปลูกกอไผ่แลขุดบ่อน้ำในที่นี้ จำเลยนำเจ้าพนักงานปักหลักเขตต์รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ จึงขอให้รื้อถอนและห้ามอย่าให้จำเลยเข้ามาเกี่ยวข้องในที่ดินรายนี้ จำเลยให้การว่าได้นำเจ้าพนักงานปักหลักในเขตต์ที่ดินตามโฉนดของจำเลยหาได้รุกล้ำที่ดินของโจทก์ไม่ ศาลเดิมฟังว่าที่วิวาทอยู่ในเขตต์โฉนดของจำเลยจริง แต่จำเลยไม่ได้ปกครอง โจทก์ได้ครอบครองมากว่า ๑๐ ปีแล้วย่อมได้กรรมสิทธิ จึงพิพากษาห้ามจำเลยไม่ให้เกี่ยวข้องในที่รายวิวาท ศาลอุทธรณ์เห็นว่าฟ้องโจทก์บรรยายว่าจำเลยรุกที่ดินในเขตต์โฉนดของโจทก์เมื่อปรากฎว่าจำเลยไม่ได้รุกที่ดินในเขตต์โฉนดของโจทก์ก็ชื่อว่าพิจารณาไม่สม จะไปวินิจฉัยว่าโจทก์ปกครองกว่า ๑๐ ปี มาตัดสินไม่ชอบด้วยประเด็นแห่งคดี เพราะโจทก์ไม่ได้ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกที่โจทก์ปกครองจึงพิพากษาให้ยกฟอ้ง ศาลฎีกาเห็นว่าประเด็นส่วนใหญ่อยู่ที่ว่าที่รายพิพาทนี้โจทก์ถือตนว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ การที่โจทก์บรรยายถึงโฉนดก็เป็นแต่คำกล่าวอ้างว่าตนมีหลักฐานเป็นโฉนดด้วยเท่านั้น อนึ่งคำบรรยายฟ้องที่ว่าโจทก์ปลูกกอไผ่แลขุดบ่อน้ำในที่นี้ก็เป็นข้อชี้โดยพฤตติการณ์ว่าโจทก์ปกครอง หากแต่ไม่ใช้คำตรง ทั้งจำเลยก็สืบโต้แย้งว่าที่นี้เป็นของตน เป็นอันว่าทั้งสองฝ่ายต่างนำสืบตามประเด็นตรงกันแล้ว และโจทก์ก็สืบได้ว่าโจทก์ได้ครอบครองโดยปรปักษ์มากว่า ๑๐ ปีแล้ว จึงพิพากษายืนตามศาลเดิม(มนธา-ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ-พลางกูร)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีด