การกระทำโดยประมาทเผาไม้ที่ตนถางแล้วปล่อยให้ไฟลุกลามเป็นความผิดตามมาตรา 201(1) หรือไม่ และศาลจะลงโทษตามมาตรานี้ได้หรือไม่เมื่อโจทก์มิได้ขอให้ลงโทษตามมา
เมื่อโจทก์สืบไม่ได้ว่าการจุดไฟเผามีลักษณะน่ากลัวจะเป็นอันตรายไหม้ลุกลาม แต่ได้ความว่าเป็นการประมาทละเลยไม่ระมัดระวังให้ไฟดับก่อน จึงเกิดลุกลาม ความผิดของจำเลยต้องด้วยมาตรา 201(1) และแม้โจทก์มิได้ขอให้ลงโทษตามมาตรานี้ ศาลก็ลงโทษได้เพราะเป็นความผิดประเภทเดียวกัน และโจทก์ได้บรรยายฟ้องโดยละเอียดแล้ว
ศาลฎีกาพิพากษาให้ยืนตามศาลอุทธรณ์
จำเลยถางป่าไม้ที่ไม่ใช่ไม้หวงห้ามเพื่อทำไร่ แล้วเผาไม้ที่ตนถางและรอดูจนไฟโทรมแล้วกลับบ้าน รุ่งขึ้นพบว่าไฟลุกลามไปติดป่าไม้หวงห้ามเสียหาย โจทก์สืบไม่ได้ว่าการจุดไฟมีลักษณะน่ากลัวอันตราย แต่ได้ความว่าจำเลยประมาทละเลยไม่ระมัดระวังให้ไฟดับก่อน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 879/2477อัยยการจันทบุรีโจทก์นายทำ บำรุงกิจจำเลย อาชญา ม. 201, ม. 5 (187) วิธีพิจารณาอาชญา พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 ม. 6 แก้มากจำเลยจุดไฟเผาไม้ที่ตนถางไว้แต่ละเลยเสียมิได้อยู่คอยระมัดระวังให้ไฟดับเสียก่อนไฟจึงไหม้ลุกลามป่าไม้ที่อยู่ใกล้เคียงเสียหาย ถ้าโจทก์ไม่สืบให้เห็นว่าการที่จำเลยจุดไฟเผานั้นมีลักษณอันน่ากลัวจะเป็นอันตรายไหม้ ลุกลามติดต่อป่าไม้ที่ใกล้เคียงแล้วจำเลยคงมีผิดตาม ม.201 ข้อ 1 วิธีพิจารณาอาชญา ความผิดประเภทเดียวกัน บรรยายฟ้อง โจทก์ขอให้ลงโทษตาม ม.186 ได้ความว่าจำเลยกระทำผิดตามมาตรา 201(1) ลงโทษตามมาตรานี้ได้ เพราะ+ความผิดประเภทเดียวกัน พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 แก้มาก ศาลเดิมลงโทษตามมาตรา +-59 ให้จำคุก ศาลอุทธรณ์แก้ลงโทษตามมาตรา 201 ข้อ (1) จำคุก 3 เดือน เป็น+คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพ.ร.บ.รักษาป่า พ.ศ.๒๔๕๖ ม.๔-๕-๖ แลกฎข้อบังคับข้อ ๑๓-๑๔-๑๖ กับพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณอาชญามาตรา ๔(๑๘๖) ศาลเดิมฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยมีผิดตามกฎหมายลักษณอาชญาแก้ไขเพิ่มเติม ม.๕(๑๘๗) ประกอบด้วย ม.๔ (๑๘๖) ให้จำคุก ๑๐ ปีลดตามมาตรา ๕๙ คงให้จำคุก ๕ ปี ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยมีผิดตามมาตรา ๒๐๑ ข้อ ๑ พิพากษาให้จำคุก ๓ เดือน ศาลฎีกาวินิจฉัยคดีนี้ศาลอุทธรณ์แก้คำพิพากษาศาลเดิมมาก คดีจึงไม่อยู่ในบังคับ พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ ม.๖ ศาลฎีกาจึงไม่จำต้องฟังข้อเท็จจริงตามศาลอุทธรณ์แลฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยถางป่าไม้ที่ไม่ใช่ไม้ประเภทหวงห้ามเพื่อทำไร่ แล้วจำเลยก็เผาไม้ที่ตนถางแลรอดูอยู่จนไฟโทรมแล้วเหลือแต่ที่คูติดขอนไม้อยู่ จำเลยจึงกลับบ้านรุ่งขึ้นไปดูเห็นว่าไฟไหม้ลุกลามไปติดป่าซึ่งถัดไปทางยอดเขาอันเป็นไม้ฟันจำของหวงห้ามเสียหาย เห็นว่าเม