ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907 - 908/2477นายเอี้ยวหงาเหยียน เอี้ยวอัยก๊กโจทก์ขุนวิเศษนุกูลกิจจำเลยขุนวิเศษนุกูลกิจโจทก์นายเอี้ยวหงาเหยียนเอี้ยวอัยก๊กจำเลย พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 ม. 9 ป.พ.พ. ม. 7-145-132- ป.วิ.พ. ข้อกฎหมายทีมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแต่ชั้นศาลต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย แม้ในสัญญามิได้พูดถึงดอกเบี้ยศาลก็บังคับลูกหนี้เสียค่าดอกเบี้ยให้แก่เจ้าหนี้ได้เจ้าของผู้มีกรรมสิทธิร่วมกับผู้อื่นในที่ดินโฉนดอันเดียวกันเจ้าของผู้เดียวนั้นก็มีอำนาจฟ้องลูกหนี้ได้แต่ลำพังหนี้คนละแผนกก็ดี ถ้ามูลหนี้มีวัดถุอย่างเดียวกัน และหนี้นั้นถึงกำหนดชำระแล้วฝ่ายหนึ่งก็แสดงเจตนาขอหักหนี้ก็เป็นอันหักกลบลบกันได้คดี ๒ สำนวนที่เรียกนายเอี้ยวหงาเหยียนเป็นโจทก์ ขุนวิเศษนุกูลกิจเป็นจำเลย ได้ความว่าโจทก์กับพวกอีก ๒ คนมีที่สวน ๑ แปลง โฉนดที่ ๒๓๖๖ เนื้อที่ ๒๙ ไร่ ๑ งาน ๘ ตรางวา โจทก์เต็มใจยกกรรมสิทธิมอบให้จำเลยเข้าตรวจใบแร่เมื่อเห็นมาแร่พอทำเหมืองแร่ได้แล้วโจทก์ยอมให้จำเลยขอประทานบัตร์ และจำเลยจะคิดค่าเสียหายให้โจทก์ตามเนื้อที่ทั้งหมดในโฉนดราคาไร่ละ ๓๐๐ บาทการชำระเงินแบ่งเป็น ๒ ครั้ง ๆ ที่ ๑ ครึ่งหนึ่งของราคาที่ดินเมื่อจำเลยได้รับประทานบัตร์แล้วครั้งที่ ๒ จะชำระเงินครั้งแรก และจะได้โอนกรรมสิทธิที่ดินต่อหอทะเบี้ยนให้ในวันนั้น ในวันทำสัญญาจำเลยวางมัดจำเ ๑๕๐ บาท วันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๗๕ จำเลยได้ขอประทานบัตร์ทับที่รายนี้แต่ไม่เต็มเนื้อที่ทั้งหมด ครั้นวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๗๖ จำเลยได้เวนคืนประทานบัตร์รายนี้เสียโดยขอโควตาไม่ได้ วันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ.๒๔๗๖ จำเลยได้ใช้หนี้ซึ่งโจทก์กู้มาจาก ล.แทนโจทก์ไปเป็นเงิน ๑๓๒๔ บาท ๕๐ สตางค์ ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๖ จำเลยส่งเงิน ๒๕๐ บาทไปให้โจ