ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 910/2477

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 910/2477ตำรวจนครบาลและนางแฉ่ง ผลสุภา ,นางอิน หงษ์ทอง,นางเชื่อม แซ่ตันโจทก์นายลออง ,นายกิมจั๊ว ,นายชุน ,นายกัง ,นายน้อยจำเลย อาชญา ม. 268-324 วิธีพิจารณาอาชญา บอกให้ผู้นำของมาวางไว้ในที่ซึ่งตนเข้าใจว่ามีอำนาจหวงห้ามได้ ให้นำออกไปผู้นั้นไม่นำออกไป จึงได้ขนของ ๆเขาโยนออกไปอย่างไม่ปราณี เป็นเหตุให้ทรัพย์ของเขาแตกหักเสียหายนั้นเป็นผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ วิธีพิจารณาความอาชญา หลักวินิจฉัยจำเลยกับพวกมาเรียกค่าเช่าที่จากโจทก์ซึ่งจอดเรือแลวางอ้อยขายอยู่ที่ชายริมคลองจากเจ้าของมอบอำนาจให้จำเลยดูแลเก็บผลประโยชน์ พวกโจทก์ได้ร้องทุกข์ต่อกรมนครทร ๆ สอบสวนแล้วสั่งว่าที่รายนี้เป็นที่สาธารณ พวกโจทก์จึงไม่ยอมให้ค่าเช่า จำเลยกับพวกก็ขนอ้อยและโยนอ้อยลงไปในเรือโจทก์อย่างไม่ปราณี ทำให้อ้อยและของในเรือโจทก์หักแตกเสียหาย ศาลโปริสภาเห็นว่า คดีไม่มีประเด็นต้องวินิจฉัยถึงกรรมสิทธิในที่ดินรายนี้แต่เห็นว่าจำเลยกระทำไปโดยเชื่อมันโดยสุจริตว่า ได้เช่าที่มาจากเจ้าของโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงไม่ควรมีผิด ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยศาลเดิมว่าไม่ต้องวินิจฉัยถึงกรรมสิทธิในที่ดินและเห็นว่าพวกจำเลยบังอาจทำให้ทรัพย์ของโจทก์เสียหาย ข้อที่จำเลยห้ามโจทก์ไม่ฟังจำเลยก็ควรเชิญเจ้าพนักงานมาห้ามแทน เมื่อจำเลยก็ควรเชิญเจ้าพนักงานมาห้ามแทน เมื่อจำเลยใช้อำนาจโดยพละการโดยไม่มีอำนาจอันชอบด้วยกฎหมาย จำเลยต้องมีผิดตามมาตรา ๓๒๔ ให้ปรับคนละ ๒๐ บาท ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นการบังอาจโดยไม่มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการใช้อำนาจโดยพละการ จำเลยต้องมีผิดดังศาลอุทธรณ์พิพากษามา จึงพิพากษายืน(พรหม-นล-อิศร)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเล