ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 910/2502อัยการจังหวัดสระบุรีโจทก์นายปา กำเหนิดพันธ์จำเลย ป.อ. ป.วิ.อ. ม. 186, ม. 187เมื่อไม่ปรากฏเลขคดีแดงของสำนวนที่ศาลลงโทษ ก็ไม่อาจจะสั่งนับโทษต่อได้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกับพวกอีก ๓ คน มีมีด ไม้ ปืน แทงยิงนายทองผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานในขณะทำการตามหน้าที่ เพื่อความสะดวกในการปล้น แต่การฆ่าไม่บรรลุผล นายทองเพียงได้รับบาดเจ็บ และปล้นเอาปืนลูกซอง ๑ กระบอก ราคา ๑,๘๐๐ บาท ของนายสีซึ่งอยู่ในความครอบครองของนายทองไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙, ๘๐, ๓๔๐ กับขอให้ริบมีดของกลาง และนับโทษต่อจากคดีดำที่ ๗๑๒-๗๑๓/๒๕๐๑ และที่ ๘๒๗/๒๕๐๑ จำเลยให้การรับว่า เป็นคน ๆ เดียวกับจำเลยคดีดำที่ ๗๑๒-๗๑๓/๒๕๐๑ และที่ ๘๒๗/๒๕๐๑ ส่วนข้อหาว่ากระทำผิด จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่าพยานโจทก์ยังน่าสงสัย พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยผู้เดียวผิดฐานชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ ให้จำคุก ๓ ปี ส่วนข้อที่ขอให้นับโทษต่อ ไม่ปรากฏว่าจะต่อจากสำนวนคดีใด จึงนับให้ไม่ได้ โจทก์ฎีกาว่า จำเลยผิดฐานปล้นทรัพย์ แล้วขอให้สั่งนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีแดงที่ ๑๑๕๓-๑๑๕๔/๒๕๐๑ ซึ่งจำคุก ๑ ปี ๖ เดือน จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยกับพวกมีอาวุธทำการปล้นทรัพย์ของเจ้าทรัพย์รายนี้จริง ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีแดงที่ ๑๑๕๓-๑๑๕๔/๒๕๐๑ นั้น ศาลฎีกาพิจารณาแล้วไม่ปรากฏว่า เป็นคดีที่จำเลยแถลงรับไว้ในคำให้การหรือที่ศาลสอบถามบันทึกไว้เมื่อจำเลยอ้างตนเองเบิกความเป็นพยาน กล่าวคือ จำเลยรับว่า เป็นคน ๆ เดียวกับจำเลยคดีดำที่ ๗๑๒-๑๗๓/๒๕๐๑, ๘๒๗/๒๕๐๑ ศาลพิพากษาแล้วทั้งสามสำนวน โดยสองสำนวนแรกยกฟ้อง ส่วนสำนวนหลังถูกจำคุก ๑