ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 584 - 585/2472บริษัทไนเต็ดสเต็ดไฟร์อินชัวรันส์ แลบริษัทเอกริกคัลทูแรนอินชัวรันส์โจทก์บริษัทมีกริมเป็นเอเย่นต์ นายถนั่น พิศาลบุตร์จำเลย ป.พ.พ. ม. 865, ม. 866 ป.วิ.พ. ผู้เอาประกันภัยได้บอกแก่ผู้แทนของผู้รับประกันภัยทราบแล้วว่าโรงสีของตนได้ให้ผู้อื่นเช่าทำอยู่ สัญญากรมธรรม์ประกันภัยนั้นหาเป็นโมฆียะไม่ วิธีพิจารณาแพ่ง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงแห่งคำพะยานคลาดเคลื่อนจากหลักกฎหมายศาลฎีกาย่อมทรงไว้ซึ่งอำนาจที่จะวินิจฉัยคำพะยานนั้นใหม่ได้ เทียบฎีกาที่ 1028/2463 ลักษณพะยาน พะยานบุคคลนอกจากเป็นพะยานบอกเล่าแล้ว ย่อมอยู่ในฐานะเป็นพะยานชั้นที่ 1 สำเนาเอกสารเป็นพะยานชั้นที่ 2คดีนี้ศาลแพ่งวินิจฉัยว่า ๑. เมื่อทำกรมธรรม์ประกันภัยต่อโจทก์แล้ว จำเลยได้เอาโรงสีไปประกันไว้ต่อบริษัท ย.อีก โดยไม่บอกให้โจทก์ทราบ ๒. จำเลยปกปิดไม่บอกโจทก์ในเวลาทำสัญญาเอาประกันภัยว่าได้ให้นายเล่งนั้งเช่าโรงสีของจำเลยทำ อันเป็นสาระสำคัญในสัญญา ต้องด้วยบทกลฉ้อฉลตามประมวลแพ่ง ม.๑๒๔-๘๖๕ จึงพิพากษาว่ากรมธรรมืประกันภัยนั้นเป็นโมฆะมาแต่ต้น ศาลอุทธรณ์ตัดสินยืนตามศาลแพ่ง โดยวินิจฉัยว่า ตามคำให้การของหลวงจันทรามาตย์แลหลวงรักษ์ระเบียบกิจพะยานจำเลยที่ว่า ได้ยินจำเลยแจ้งเรื่องการที่ให้นายเล่งนั้งเช่าทำโรงสีแก่ผู้แทนของโจทก์นั้นเป็นพะยานชั้นที่ ๒ เชื่อฟังไม่ได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พะยานบุคคลนั้นอกจากเป็นพะยานบอกเล่าแล้ว จะเป็นประจักษพะยานหรือพะยานประพฤติเหตุก็ดี ย่อมอยู่ในฐานะพะยานชั้นที่ ๑ แลเมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงแห่งคำพะยานคลาดเคลื่อนจากหลักกฎหมายเช่นนี้แล้ว ศาลฎีกาย่อมทรงไว้ซึ่งอำนาจที่จะฟังข้อเท็จจริงจากคำพะยานนั้นเสียใหม่ได้ ฉะนั้นตามคำหลวงจันทรามาตย