ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1072/2497

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1072/2497นายฉาย จิตรบุญโจทก์นายซุ้ม สำลีที่ 1 นายย้อย สำลีจำเลย ป.พ.พ. ม. 1361, ป.วิ.พ. ม. 142, ม. 183โจทย์ฟ้องให้จำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิในที่พิพาทให้โจทก์ตามสัญญาซื้อขาย จำเลยที่ 2 ร้องสอดขอเป็นจำเลยร่วมและต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยแต่ผู้เดียว เมื่อทางพิจารณาฟังจำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นเจ้าร่วมกันดังนี้ ไม่เป็นคำวินิจฉัยนอกประเด็น สัญญาจะขายที่ดินที่มีเจ้าของร่วมโดยเจ้าของร่วมทุกคนไม่รู้เห็นยินยอมด้วยสัญญานั้นไม่เป็นโมฆะเป็นแต่เพียงผู้ซื้อจะบังคับผู้ขายให้โอนขายไม่ได้ ผู้จะขายมอบที่ให้ผู้จะซื้อเข้าครอบครองสัญญาจะไปโอนกรรมสิทธิในภายหลัง นั้นถือว่าผู้จะซื้อครอบครองแทนผู้จะขายเท่านั้น ( อ้างฎีกาที่ 1232/2491 )โจทย์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาจะขายที่นาหนึ่งแปลง ตำบลโพรงจรเข้ากิ่งอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรังเป็นราคา ๓,๐๐๐ บาท จำเลยได้รับเงินไปแล้ว และมอบที่นาให้โจทก์ครอบครองและสัญญาว่าจะไปจัดการโอนกรรมสิทธิที่นาพิพาทให้โจทก์ แต่จำเลยบิดพริ้ว จึงขอให้จำเลยไปจัดการโอนกรรมสิทธินาพิพาทให้โจทก์หากจำเลยไม่ไปให้ความยินยอมต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ก็ขอให้ศาลสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่กิ่งอำเภอย่านตาขาว ทำการโอนนาพิพาทแก่โจทก์ โดยถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงความยินยอมของจำเลย จำเลยที่ ๑ ต่อสู้ว่า มิได้ทำสัญญาจะขาย หากแต่ได้กู้เงินโจทก์และมอบนาให้ทำต่างดอกเบี้ย ทำสัญญากับโจทก์โดยความสำคัญผิดในสาระสำคัญ ขอให้ยกฟ้องต่อมาจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นบุตรจำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องสอดขอเข้าเป็นจำเลยร่วมจำเลยที่ ๒ ต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ ๒ ไม่ใช่ของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ได้ครอบครองเป็นเจ้าของมาช้านานแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาจ