ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 114/2496คณะกรรมการอำเภอเมืองสงขลา โดยนายร้อยตำรวจเอก อรัญ เมนคงคา ที่1,รัตนเลิศ ที่ 2,โจทก์นายซิ้ม อ่อนเจริญ หรือ อ๋องเจริญหรือวงศ์เจริญ ที่ 1, นางตั้นเหี้ยงหรือจุไรรัตน์หรือ พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ป.พ.พ. ม. 73., ม. 55.ตาม พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 มาตรา 123 ก็ดี กฏเสนาบดีว่าด้วยที่กุศลสถานชะนิดศาลเจ้าก็ดี หาได้ให้ อำนาจคณะกรรมการอำเภอหรือตัวนายอำเภอที่จะฟ้องร้องคดีเรื่องที่กุศลสถานชะนิดศาลเจ้าไม่ ฉะนั้นคณะกรรม การหรือนายอำเภอจึงไม่มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่บุคคลออกจากที่กุศลสถานชะนิดศาลเจ้า แต่ผู้ที่ได้รับแต่งตั้ง จากข้าหลวงประจำจังหวัดให้เป็นผู้ปกครองศาลเจ้า ย่อมอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่ ได้./โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ของศาลเจ้าส้ำเล่งเตี๋ยน ซึ่งเป็นของรัฐบาล โดยอ้างว่าจำเลยอาศัย. จำเลยต่อสู้ว่า เป็นที่ของบรรพบุรุษได้รับมรดกตกทอดกันมาถึงจำเลย. ศาลชั้นต้นเห็นว่า คณะกรรมการอำเภอเมืองสงขลา ไม่มีอำนาจฟ้อง คงมีอำนาจแต่นายบุญชัยโจทก์ แล้วพิพากษาขับไล่ จำเลย. ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง. โจทก์ฎีกา, ศาลฎีกาเห็นว่า พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ พ.ศ.๒๔๕๗ มาตรา ๑๒๓ ก็ดี กฎเสนาบดีว่าด้วยที่กุศลสถานชะนิดศาลเจ้าก็ดี หาได้ ให้อำนาจคณะกรรมการอำเภอหรือตัวนายอำเภอ ที่จะฟ้องร้องคดีเรื่องที่กุศลสถานชะนิดศาลเจ้า ไม่ ยิ่งคณะกรรมการอำ เภอไม่เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย นายอำเภอจึงไม่มีอำนาจเป็นโจทก์ตามแบบอย่างคำพิพากษาฎีกา ที่ ๑๘๙๓/๒๔๙๓ แต่ นายบัญชัยได้รับแต่งตั้งจากข้าหลวงประจำจังหวัด ให้เป็นผู้ปกครองศาลเจ้านี้ จึงมีอำนาจหน้าที่ตามกฎข้อบังคับสำหรับ การนี้ คือตาม พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ และกฎเสนาบดีดังกล่าวแล้วมีสิทธิเป็นโจทก์ฟ