ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2496

ประเด็นกฎหมาย

การเพิ่มโทษกักกันตาม พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. 2479 ไม่จำกัดระยะเวลาพ้นโทษ และโทษกักกันไม่ใช่โทษจำคุก จึงไม่เข้าข่าย ป.วิ.อ. มาตรา 176

หลักกฎหมาย

ตาม พ.ร.บ.กักกันฯ การที่จำเลยต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษามาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้งนั้น หาได้บัญญัติว่ากระทำเมื่อใดและพ้นโทษมาแล้วนานเท่าใด แม้จะพ้นโทษครั้งสุดท้ายมาถึง 20 ปี ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ศาลอาจเพิ่มโทษกักกันได้ และโทษกักกันแม้มีถึง 10 ปี ก็ไม่ใช่โทษจำคุก จึงไม่เข้าข่าย ป.วิ.อ. มาตรา 176

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยต้องโทษมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกฐานลักทรัพย์ จำคุก 4 เดือน พ้นโทษ 6 สิงหาคม 2460 ครั้งที่สองฐานปล้นทรัพย์ จำคุก 6 ปี 14 วัน พ้นโทษ 4 พฤศจิกายน 2472 จำเลยกระทำผิดคดีนี้หลังจากพ้นโทษครั้งสุดท้าย 20 ปีเศษ และโทษ 2 ครั้งก่อนกระทำก่อนวันใช้ พ.ร.บ.กักกันฯ พ.ศ. 2479

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2496พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายจ้อย ฉิมแก่นจำเลย พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ป.วิ.อ. ม. 176.การที่จำเลยเคยต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษามาแล้ว ไม่น้อยกว่า 2 ครั้งนั้น ตาม พ.ร.บ.กักกันฯ พ.ศ.2479 หาได้ บัญญัติไว้ว่ากระทำแต่เมื่อใด และพ้นโทษมาแล้วนานเท่าใด แต่ได้ถือเอาความผิดที่จำเลยกระทำครั้งที่ฟ้องเป็น หลักสำคัญ ส่วนความผิดในครั้งก่อน ๆ เพียงแต่เป็นเหตุเพื่อเพิ่มโทษกักกันอีกโสดหนึ่งเท่านั้น ฉะนั้นแม้จำเลยจะ พ้นโทษครั้งสุดท้ายมาถึง 20 ปีแล้ว ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ศาลอาจจะเพิ่มโทษกักกันได้. โทษกักกัน แม้จะมีถึง 10 ปี ก็ไม่ใช่เป็นคดีมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป, จึงไม่เข้าอยู่ตาม ป.ม.วิ.อาญา มาตาา 176.คดีนี้ ศษลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๕๖ จำคุก ๓ ปี ลดตามมาตรา ๕๙ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๑ ปี ๖ เดือน เมื่อพ้นโทษแล้วให้ส่งตัวไปกักกันมีกำหนดสามปีตามมาตรา ๘ -- ๙ พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. ๒๔๗๙ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน. จำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาปรึกษาคดีแล้ว จำเลยต้องโทษมาแล้ว ๒ ครั้ง ๆ แรกฐานลักทรัพย์จำคุก ๔ เดือน พ้นโทษ ๖ สิงหาคม ๒๔๖๐ ครั้ง ที่สองฐานปล้นทรัพย์จำคุก ๖ ปี ๑๔ วัน พ้นโทษ ๔ พฤศจิกายน ๒๔๗๒ เห็นว่าแม้โทษ ๒ ครั้งก่อน จำเลยกระทำมาก่อนวัน ใช้ พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. ๒๔๗๙ และพ้นโทษครั้งสุดท้ายมาจนถึงวันกระทำผิดคดีนี้ ๒๐ ปีเศษแล้วก็ดี ก็หาเป็นการขาดอายุความหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญดังตจำเลยฎีกาไม่ เพราะตาม พ.ร.บ.กักกันฯ การที่จำเลยต้องโทษจำคุก ตามคำพิพากษามาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ครั้งนั้น หาได้บัญญัติไม่ว่ากระทำผิดแต่เมื่อใด และพ้นโท