การนำหนังสือปลอมมาแสดงต่อศาลโดยไม่ได้ร่วมปลอมหรือรู้เห็นขณะทำหนังสือ ผิดฐานใช้พยานเท็จหรือไม่ และการฎีกาในคดีที่ต้องได้รับอนุญาต
ผู้ที่อ้างหนังสือปลอมเป็นพยาน แต่ไม่ได้สมคบกับผู้อื่นทำขึ้นหรือรู้ข้อความในหนังสือเมื่อขณะทำ ยังไม่มีผิดฐานปลอมหนังสือ แต่มีผิดฐานใช้หลักฐานพยานเท็จ และคดีที่คู่ความฎีกาไม่ได้นั้น ถ้าผู้พิพากษาศาลเดิมรับรองก็ฎีกาได้
ศาลฎีกาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในส่วนของนางแจ๋ว โดยให้จำคุกนางแจ๋ว 1 ปี ตามมาตรา 157-155 ส่วนข้อหาปลอมหนังสือให้ยกตามศาลอุทธรณ์
นางแจ๋วประสงค์จะหย่าขาดจากโจทก์ จึงขอร้องต่ออำเภอ นายพรมปลัดอำเภอออกหมายเรียกโจทก์ แต่โจทก์ไม่ยอมหย่า นายพรมจึงทำหนังสือหย่าขึ้นแล้วหลอกลวงให้โจทก์ลงลายมือชื่อ ต่อมาโจทก์ฟ้องนางแจ๋วว่ามีชู้ นางแจ๋วนำหนังสือนั้นไปแสดงต่อศาลว่าเป็นหนังสือหย่า
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 790/2472นายพุ่ม เอกโพธิแลอัยยการโจทก์นายพรม นาคสิทธิ นางแจ๋วจำเลย ป.อ. ม. 157-155 ป.วิ.อ. อ้างหนังสือปลอมเปนพะยาน แต่ผู้อ้างไม่ได้สมคบกับผู้อื่นทำขึ้นหรือรู้ข้อความในหนังสือเมื่อขณะทำ ยังไม่มีผิดฐานปลอมหนังสือ แต่มีผิดฐานใช้หลักฐานพะยานเท็จ พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ ม.7 คดีที่คู่ความฎีกาไม่ได้นั้น ถ้าผู้พิพากษาศาลเดิมรับรองก็ฎีกาได้ศาลล่างตัดสินกลับในกะทงใดฎีกาในกะทงนั้นได้จ.มีความประสงค์จะอย่าขาดจากโจทก์ผู้เปนสามี จึงไปขอร้องต่ออำเภอ พ.ซึ่งเป็นปลัดอำเภอได้ออกหมายเรียกโจทก์มา แต่โจทก์ไม่ยอมอย่า พ.จึงทำหนังสืออย่าขึ้นแล้วหลอกลวงว่าเป็นเรื่องราวที่จะนำเสนอต่อจังหวัดให้โจทก์ลงลายมือซื้อไว้ต่อมาโจทก์ได้ฟ้อง จ.ว่ามีชู้ จ.ก็นำหนังสือนั้นไปแสดงต่อศาลว่าเป็นหนังสืออย่า โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษ พ.แล จ.ดังนี้ ศาลเดิมตัดสินว่า พ.มีผิดตาม ม.๒๒๓ ให้จำคุก ๒ ปี จ.มีผิดตาม ม.๒๒๓ จำคุก ๑ ปี กะทง ๑ แล ม.๑๕๗-๑๕๕ จำคุก ๑ ปีอีกกะทงหนึ่ง ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ยกข้อหาฐานปลอมหนังสือตาม ม.๒๒๓ ฉะเพาะตัว จ.เสีย แลแก้กำหนดโทษตาม ม.๑๕๗-๑๕๕ ลงคงเหลือ ๓ เดือนแลให้รอการลงอาญา จ.ไว้ ส่วน พ.ยืนตามศาลเดิมฯ โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษ จ.ตามศาลเดิม ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องปลอมหนังสือโจทก์ฎีกาได้ทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงแลข้อกฎหมาย ส่วนเรื่องอ้างหลักฐานพะยานเท็จ โจทก์ก็ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ เพราะศาลเดิมสั่งอนุญาตให้โจทก์ทูลเกล้า ฯ ถวายฎีกาตาม พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ ม.๗ ด้วย แลในความผิดฐานอ้างหลักฐานเท็จนี้ กรรมการเห็นว่าศาลอุทธรณ์ลงโทษ จ.ยังเบาไป จึงให้แก้เป็นจำคุก จ. ๑ ปี ตามมาตรา ๑๕๗-๑๕๕ ส่วนเรื่องปลอมหนังสือโจทก์นำสืบไม่ได้ความว่า จ.ได้สมคบกันกับ พ.หรือรู้เห็นข้อความในหนังสือนั้น