ความรับผิดเมื่อทรัพย์หายระหว่างการยึดทรัพย์ชั่วคราวในคดีล้มละลาย
เจ้าหนี้ฟ้องคดีล้มละลายไม่ใช่เจ้าหนี้ยึดทรัพย์ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาแพ่ง ม.87 และทรัพย์สมบัติของโจทก์อยู่ในความดูแลของเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย ม.14 ถึงแม้จะใช้วิธีพิจารณาแพ่งในคดีล้มละลายตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย ม.76 ก็ดี แต่จะตีความให้ขัดกับ พ.ร.บ.ล้มละลายไม่ได้
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์
เจ้าหนี้ฟ้องคดีล้มละลายขอให้โจทก์ล้มละลาย ศาลตั้งเจ้าพนักงานรักษาทรัพย์ชั่วคราวของจำเลย เจ้าพนักงานยึดทรัพย์โจทก์และจ้างคนยามรักษา ต่อมาโจทก์จำเลยตกลงเรื่องหนี้ ศาลสั่งถอนการยึด ปรากฏว่าทรัพย์ของโจทก์หายไประหว่างยึดโดยไม่มีพยาน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 798/2472นายชื่นหรือเกงจุน (บังคับอังกฤษ)โจทก์แบงก์สยามจำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 พ.ร.บ.ล้มละลาย ร.ศ.127 ม. 14, ม. 76 พ.ร.บ.วิธีพิจารณาแพ่ง ร.ศ. 127 ม. 87ล้มละลาย ยึดทรัพย์ชั่วคราว ทรัพย์หาย โจทก์คดีล้มละลายไม่ต้องรับผิด พ.ร.บ.ล้มละลาย ร.ศ.130 ม.14,76 , พ.ร.บ.วิธีพิจารณาแพ่ง ร.ศ.127 ม.87 จะนำมาใช้ในคดีล้มละลายไม่ได้เพียงไรเจ้าหนี้ฟ้องคดีล้มละลายไม่ใช่เจ้าหนี้ยึดทรัพย์จำเลยในคดีนี้ฟ้องขอให้โจทก์ล้มละลายศาลได้ตั้งให้เจ้าพนักงานรักษาทรัพย์ชั่วคราวของจำเลย เจ้าพนักงานได้ยึดทรัพย์ของโจทก์ลั่นกุญแจประทับตราของกองหมาย กับจ้างคนยาม ๖ คนรักษาดังนี้ ต่อมาโจทก์จำเลยตกลงเรื่องหนี้ ศาลจึงสั่งถอนการยึด ปรากฎว่าระวางยึดทรัพย์ของโจทก์หายไปโดยไม่มีพะยานว่าหายไปอย่างไร ดังนี้ ปัญหามีว่าใครจะต้องรับผิด ศาลเดิมตัดสินให้จำเลยรับผิด เพราะว่ากฎหมายปิดปากไม่ให้จำเลยปฏิเสธ และคนยามเปนคนใช้ของจำเลยได้ทำการเลินเล่อ ศาลอุทธรณ์ตัดสินกลับยกฟ้องโจทก์ โดยเห็นว่าทรัพย์ของโจทก์อยู่ในความดูแลของเจ้าพนักงานของตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย ม.๑๔ ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ โดยเห็นว่าเจ้าหนี้ฟ้องคดีล้มละลายไม่ใช่เจ้าหนี้ยึดทรัพย์ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาแพ่ง ม.๘๗ และทรัพย์สมบัติของโจทก์อยู่ในความดูแลของเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย ม.๑๔ ถึงแม้จะใช้วิธีพิจารณาแพ่งในคดีล้มละลายตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย ม.๗๖ ก็ดี แต่จะตีความให้ขัดกับ พ.ร.บ.ล้มละลายไม่ได้(บัส-เทพ-พรหม)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ