การอุทิศที่ดินเป็นทางสาธารณะโดยปริยายและการฟ้องร้องของหน่วยงานปกครอง
เมื่อบิดาจำเลยได้อุทิศถนนเป็นสาธารณะประโยชน์แล้ว จะเอากลับคืนไม่ได้ และโจทก์มีสิทธิฟ้องแม้ถนนยังอยู่ในโฉนดของจำเลย เพราะที่ดินนั้นได้ถูกอุทิศเป็นทางสาธารณะแล้ว
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลแพ่ง ให้จำเลยรื้อรั้ว
บิดาจำเลยตัดถนนในที่ดินของตนโดยไม่ทำเครื่องหมายหวงห้าม ต่อมามีผู้ซื้อที่ดินบางส่วนและใช้ถนนนั้นเป็นทางเข้าออกและซ่อมแซมเมื่อชำรุด เป็นเวลา 8 ปี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 803 - 804/2472กรมพระนครบาลโจทก์นายจรัญ นางมลิจำเลย ป.ที่ดิน ทางสาธารณะตัดถนนในที่ดินของตนเพื่อทำให้ที่มีราคาเปนเวลา 8 ปีโดยไม่ทำเครื่องหมายหวงห้ามไว้เมื่อประมาณ ๘ ปีมานี้บิดาจำเลยได้ตัดถนนเข้าไปในที่ดินของตนเพื่อให้ราคาดี แต่บิดาจำเลยไม่ได้ทำเครื่องหมายอะไรหวงแหนว่าเปนถนนส่วนตัว มีพระยาสุรินทร์ ฯ หลวงศรี ฯ กับคนอื่นๆ ได้ซื้อที่ดินนี้บางตอนจากบิดาจำเลย และได้ใช้ถนนสายนี้เดินเข้าออกและใช้รถ เวลาชำรุดพระยาสุรินทร์ ฯ ก็ซ่อมแซมดังนี้ ปัญหามีว่าจำเลยจะทำรั้วล้ำเข้ามาในถนนนี้โดยถือว่ายังคงเปนที่ดินของจำเลยอยู่อีกได้หรือไม่ ศาลแพ่งตัดสินให้จำเลยรื้อรั้ว ศาลอุทธรณ์เห็นว่าถนนนี้ไม่ใช่ถนนสาธารณะและไม่อยู่ในความปกครองของกรมพระนครบาล ๆ ไม่มีอำนาจฟ้อง ให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงเท่าที่ปรากฎบิดาจำเลยได้อุทิศถนนนี้เปนสาธารณะประโยชน์แล้ว จะเอากลับคืนไม่ได้ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องถึงแม้ว่าถนนนี้ยังคงอยู่ในน่าโฉนดของจำเลยก็ไม่เปนประโยชน์ต่อคดี เพราะที่ตอนนั้นได้ถูกอุทิศเปนทางสาธารณะแล้ว จึงตัดสินยืนตามศาลแพ่ง(ศรี-หริศ-นล)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ