ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 95/2487

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความผิดตามมาตรา 222, 225, 123, 154, 270 และ 30 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

หลักกฎหมาย

1. การแสดงอาฆาตมาดร้ายตามมาตรา 30 ต้องเป็นการแสดงอาฆาตจะก่อการร้ายอันเป็นความผิดอาญาที่ก่อกวนความสงบเรียบร้อยของประชาชน 2. ความผิดฐานแจ้งความเท็จตามมาตรา 270 จะเกิดขึ้นเมื่อเจ้าพนักงานต้องรีบจับทันทีโดยไม่มีเวลาสอบสวน 3. โจทก์ที่ไม่ได้เป็นผู้เสียหายโดยตรงไม่มีอำนาจฟ้องคดีตามมาตรา 123 และ 154

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อหาตามมาตรา 222, 225 อาจเป็นความผิดได้ ข้อหาตามมาตรา 123, 154 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ข้อหาตามมาตรา 270 ไม่เป็นความผิด ข้อหาตามมาตรา 30 ไม่มีมูลความผิด

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 1 เป็นกำนัน ได้ทำรายงานเสนอพนักงานสอบสวนว่านายอ่องทำร้ายจำเลยที่ 2 ต่อมาจำเลยสมคบกันขูดลบตกเติมชื่อนายอ่องในรายงานและสมุดประจำวัน แล้วแก้ไขเพิ่มเติมชื่อโจทก์ลงแทน โดยจำเลยรู้ว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้กระทำผิด แต่ประสงค์จะช่วยนายอ่อง และได้จัดหาพยานเป็นเหตุให้โจทก์ถูกควบคุม

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 95/2487นายสิทธิ กล่อมเทสโจทก์นายมั่น น้อยแจ่ม นายน้อยจำเลย ป.อ. ม. 30, ม. 123, ม. 154, ม. 222, ม. 225, ม. 270 ป.วิ.อ. ม. 2 (4), ม. 28 พ.ร.บ.กฎอัยการศึกคำสั่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด การสแดงความอาคาตมาดร้ายตามมาตรา 30 จะต้องเปนเรื่องสแดงอาคาตจะก่อการร้ายอันเปนผิดทางอาญา กำนันทำรายงานเรื่องผู้ต้องหา+ นอพนักงานสอบสวนระบุชื่อผู้ต้องหา เมื่อเสนอไปแล้วพายหลังแก้ชื่อผู้ต้องหา ถ้าหากแก้เพื่อไห้เข้าใจว่า + รายงานไว้แต่เดิมก็อาดมีผิดถานปลอมหนังสือ การแจ้งต่อเจ้าพนักงานเปนเหตุไห้ + ถูกจับกุมจะเปนผิดตามมาตา 270 หรือไม่น้น ถ้าเปนการนีที่เจ้าพนักงานจะต้องรีบจับทันทีไม่มีเวลาสืบสวนหรือสอบสวน ผู้แจ้งก็ไม่มีความผิด สแดงคนสนิชชิดชอบกับเจ้าพนักงานแล้วเรียกเงินจากเขาเพื่อช่วยให้เขาพ้นอาญา แล้วเอาชื่อโจทเข้าเปนผู้ต้องหาแทนดังนี้ไม่ถือว่า โจทเปนผู้เสียหายแทนความผิดตามมาตรา 123 และ154 พลเรือนสมคบกับตำหรวดทำ + ถ้าไม่ได้ฟ้องตำหรวดด้วย ก็ผู้ + พลเรือนต่อสาลพลเรือนได้ + ที่ 622/2486โจทฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เปนกำนันได้ทำรายงานเสนอพนักงานสอบสวนตำหรวดว่า นายอ่องทำร้ายจำเลยที่ ๒ ต่อมาจำเลยสมคบกันขูดลบตกเติมขีดค่าคำว่านายอ่องไนรายงาน และตำหรวดตัดคำเดียวกันนี้ออกจากสมุดเบ็ดเล็ดประจำวัน แล้วแก้ไขเพิ่มเติมคำว่านายสิทธิ กล่อมเทส คือโจทลงแทน โดยจำเลยรู้ว่า โจทไม่ไช่ผู้กะทำผิด แต่จำเลยประสงค์จะช่วยนายอ่อง แล้วจำเลยได้จัดหาพยานมาชั้นสอบสวนเปนเหตุไห้โจทถูกควบคุม และจำเลยที่ ๑ ได้บอกตำหรวดข้อความในสมุดบัญชีคนพาลว่า โจทเปนคนพาลเปนนักเลงย่องเบา เปรการหมิ่นประทาทโจท และจำเลยที่ ๑ สแดงอาคาตมาดร้ายโจทด้วย ขอไห้ลงโทสตามกดหมายลักสนะอาญามาตรา ๒๒๒, ๒๒๕, ๑๒๓ ,๑๕๔ ,๒๗๐, ๒๘๒ และ ๓๐