ปัญหาว่าศาลอุทธรณ์แก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นการแก้มากหรือไม่ และฎีกาในข้อเท็จจริงได้หรือไม่
เมื่อศาลอุทธรณ์แก้ไขทั้งตัวบทกฎหมายและอัตราโทษ ถือว่าเป็นการแก้มาก คดีไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามมาตรา 218 แห่งประมวลวิธีพิจารณาความอาญา
พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 243 และ 276 แต่คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน
ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยกระทำการฉุดคร่าและข่มขืนชำเรา ลงโทษตามมาตรา 276 และ 243 จำคุก 3 ปี ศาลอุทธรณ์ไม่เชื่อว่าจำเลยใช้กำลังฉุดคร่า คงลงโทษตามมาตรา 243 เพียงบทเดียว จำคุก 1 ปี 6 เดือน ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยใช้กำลังฉุดคร่าด้วย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 515/2479อัยยการชุมพรโจทก์นายหมวดยังธิคุณจำเลย ป.อ. ม. 276-243 ป.วิ.อ. ม. 218 พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลย 3 ปีตาม ม.276 -243 ศาลอุทธรณ์แก้จำคุกจำเลย 1 ปี 6 เดือน ตามมาตรา 243 แต่บทเดียวเป็นการแก้มากฎีกาในข้อเท็จจริงได้คดีนี้ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยกระทำการฉุดคร่าและข่มขืนชำเรา พ.ตัดสินลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญา ม.๒๗๙ และ ๒๔๓ ให้จำคุกไว้มีกำหนด ๓ ปี ศาลอุทธรณ์ไม่เชื่อว่าจำเลยได้ใช้กำลังฉุดคร่า พ. ประการใด จำเลยเป็นแต่เพียงจับข้อมือ พ.พาเข้าไปในป่าและกระทำชำเราเท่านั้น จึงแ้คำพิพากษาศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๔๓ แต่บทเดียวให้จำคุกไว้ ๑ ปี ๖ เดือน ศาลฎีกาตัดสินว่าศาลอุทธรณ์แก้ไขทั้งตัวบทกฎหมายและอัตราโทษต้องนับว่าเป็นแก้มาก คดีไม่ต้องห้ามตามม.๒๑๘ แห่งประมวลวิธีพิจารณาความอาญา และฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้ใช้กำลังฉุดคร่า พ.ด้วย พิพากษาว่าจำเลยมีผิดตาม ม.๒๔๓-๒๗๖ แต่คงจำคุก ๑ ปี กับ ๖ เดือน(อิศร-นล-ดูปลาตร์)ศาลชั้นต้น - นายเจนศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ