ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 831/2472

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับคำซัดทอดของผู้ต้องหาว่ากระทำผิดด้วยกัน เมื่อไม่มีพยานหรือเหตุผลอื่นประกอบโดยใกล้ชิดแล้วจะฟังมาลงโทษไม่ได้

หลักกฎหมาย

คำซัดทอดของผู้ต้องหาว่ากระทำผิดด้วยกัน เมื่อไม่มีพยานหรือเหตุผลอื่นประกอบโดยใกล้ชิดแล้วจะฟังมาลงโทษไม่ได้

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ ปล่อยจำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์มีพยานเป็นคำซัดทอดของ พ. และ น. ซึ่งถูกคุมขังและให้การซัดทอดจำเลยหลังจากถูกคุมขังหลายวัน และ น. กลับคำให้การหลังจากพบของกลางที่บ้านจำเลย แต่ของกลางฝังอยู่เพียงธรณีประตูห้อง อาจมีผู้อื่นนำไปซุกไว้ได้

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 831/2472อัยยการกาญจนบุรีโจทก์นายหงศ์ กุลสุวรรณจำเลย ป.วิ.อ. ลักษณพะยาน คำซัดทอดของผู้ต้องหาว่ากระทำผิดด้วยกัน เมื่อไม่มีพะยานหรือเหตุผลอื่นประกอบโดยใกล้ชิดแล้วจะฟังมาลงโทษไม่ได้คดีนี้ศาลเดิมตัดสินว่าจำเลยกับ น.ซึ่งศาลตัดสินลงโทษ คดีถึงที่สุดไปแล้วเป็นผู้ร้ายลักเงินหลวงจากกำ+ซึ่งเก็บไว้ที่สถานีตำรวจบ้านทวนไป ๑๗๔๒ บาท ๕๖ สตางค์ เจ้าพนักงานค้นเงินของกลางได้ที่โรงจำเลยแล้ว ๔๐๙ บาท ๕ สตางค์ จำเลยมีผิดตาม ม.๒๙๓ ข้อ ๑-๔-๑๑ ให้จำคุก ๔ ปีและใช้เงิน ๑๓๑๓ บาท ๕๑ สตางค์ ศาลอุทธรณ์ตัดสินกลับยกฟ้องโจทก์ ปล่อยจำเลย ศาลฎีกาเห็นว่าพะยานหลักฐานของโจทก์มีคำให้การของ พ.และ น.ที่ซัดทอดจำเลยกับเงินของกลางที่ค้นได้ที่บ้านจำเลย แต่ถ้อยคำของ พ.น.ไม่มีน้ำหนักอันควรเชื่อถือ เพราะได้ผู้ถูกหาว่าลักทรัพย์รายนี้ด้วยเจ้าพนักงานได้คุมขังไว้ พ.ก็มิได้ให้การประการใดต่อมาอีก ๗-๘ วัน จึงให้การซัดทอดถึงจำเลย ทั้งมีพะยานยืนยันเอาว่า พ.เป็นผู้ร้ายลักเงินรายนี้ถึง ๔ ปากส่วน น.ชั้นแรกให้การว่า พ.เป็นผู้ร้าย ต่อเมื่อค้นของกลางได้ที่บ้านจำเลยจึงกลับให้การว่าจำเลยเป็นผู้ร้ายและของกลางที่ค้นได้ที่บ้านจำเลยนั้น ก็ฝังอยู่แต่เพียงธรณีประตูห้อง อาจมีคนอยู่ข้างนอกเอาไปซุกใส่ไว้ก็ได้ รูปคดียังเป็นที่สงสัย ไม่พอฟังว่าจำเลยเป็นผู้ร้ายลักเงินรายนี้ จึงตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์(นล-ศรี-หริศ)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ