ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 852/2472

ประเด็นกฎหมาย

ผู้รับโอนที่ดินมีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้ที่อยู่ในที่ดินมาแต่ก่อนโดยมิได้รับอำนาจจากใครได้

หลักกฎหมาย

แม้ที่ดินจะเป็นสินสมรส แต่เมื่อผู้รับโอนได้รับโอนกรรมสิทธิแล้ว ย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้ที่อยู่ในที่ดินโดยไม่มีสิทธิได้

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาตัดสินกลับศาลอุทธรณ์ ให้ขับไล่ อ. และ บ. ออกจากที่ดินรายนี้

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ที่ดินพิพาทเดิมเป็นของ ล. ซึ่งเป็นสามีภรรยากับ ก. (โจทก์) และ จ. (จำเลย) ต่อมา ล. ถอนชื่อออกจากโฉนดและใส่ชื่อ ก. เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ โจทก์ฟ้องขับไล่ อ. และ บ. ซึ่งมิได้เป็นอะไรกับ ล. และไม่ได้นำสืบว่าอยู่โดยอำนาจของ ล.

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 852/2472นางปราง นางกลีบโจทก์ร.อ.อ.อิ้น นางบุญรอด นางจับจำเลย ป.วิ.พ. ผู้รับโอนที่ดินมีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้ที่อยู่ในที่ดินมาแต่ก่อนโดยมิได้รับอำนาจจากใครได้ได้ความว่า ที่ ๆ ป.ก.โจทก์ฟ้องขับไล่ อ.และ บ.นี้เดิมโฉนดมีชื่อ ล.ป.โดยได้รับมฤดกจากบิดามารดา เมื่อ ล.รับมฤดกนั้น ล.ได้เป็นสามีภรรยากับ ก.โจทก์ จ.จำเลยแล้ว ส่วน ย.จำเลยเป็นบุตร์ จ.แต่ไม่ใช่เกิดด้วย ล. ค.เป็นบุตร์เขย จ.ต่อมา ล.ถอนชื่อออกจากโฉนดแล้วลงชื่อ ก.เป็นผู้ถือกรรมสิทธิกับ ป.ต่อไป ก.ป.จึงขอให้ขับไล่ อ. บ.ออกจากที่ ฝ่าย จ.ขอยื่นคำร้องเข้าเป็นจำเลยด้วย ศาลแพ่งตัดสินว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินให้ขับไล่จำเลยรื้อเรือนออกจากที่ไป ศาลอุทธรณ์ตัดสินว่าที่ดินส่วนของ ล.เป็นสมรสรถระวาง ล.กับ จ.ก. ถึง ล.จะโอนใส่ชื่ ก.ในโฉนดก็ไม่ทำให้กรรมสิทธิที่ดินเปลี่ยนแปลงเป็นของ ก.ผู้เดียว ล.และ จ.ยังคงเป็นเจ้าของอยู่ด้วย โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลย ให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องขับไล่แต่ อ.บ.เท่านั้นส่วน จ.เข้ามาในคดีเอง อ.บ.ไม่ได้เป็นอะไรกับ ล.และไม่ได้นำสืบว่าอยู่โดยอำนาจของ ล.ประการใดแม้จะฟังข้อกฎหมายตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาก็ดีเมื่อ ล.โอนโฉนดไปเป็นของ ล.ๆ ก็มีอำนาจฟ้องขับไล่ อ.บ.ซึ่งมิได้มีส่วนเป็นเจ้าของอยู่ด้วยได้ จึงตัดสินกลับศาลอุทธรณ์ ให้ขับไล่ อ.บ.ออกจากที่รายนี้(วิชัย-พิพาก-พรหม)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ