ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 395/2496

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าฟ้องที่บรรยายวันเวลาเกิดเหตุระหว่างวันที่ 6-7 พฤศจิกายน 2494 และวันเวลาที่จับของกลางวันที่ 7 พฤศจิกายน 2494 เวลากลางวัน เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตาม

หลักกฎหมาย

ฟ้องที่บรรยายวันเดือนปีที่หาว่าจำเลยทำผิดไว้อย่างชัดเจน ถือเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158(5) แม้จะกล่าวหาหลายข้อหาสลับกันก็ตาม

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ว่าฟ้องโจทก์สมบูรณ์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158(5) เพราะมีวันเดือนปีที่หาว่าจำเลยทำผิดไว้แล้ว

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อเวลาค่ำคืนระหว่างวันที่ 6-7 พฤศจิกายน 2494 คนร้ายลักทรัพย์ผู้เสียหาย และวันที่ 7 พฤศจิกายน 2494 เวลากลางวัน จับของกลางได้จากลิ้นชักตู้ของจำเลย โดยกล่าวหาว่าจำเลยเป็นคนร้ายลักทรัพย์หรือรับของโจร

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 395/2496อัยการลพบุรีโจทก์นายสว่าง ชื่นชมบุญจำเลย ป.วิ.อ. , , ฟ้องบรรยายว่า เมื่อเวลาค่ำคืนระหว่างวันที่ 6 - 7 พฤศจิกายน 2494 คนร้ายได้ลักทรัพย์ของผู้เสียหายไป ต่อมาวัน ที่ 7 เดือนเดียวกัน เวลากลางวัน จับของกลางได้ที่ลิ้นชักตู้ของจำเลยทั้งนี้โดยจำเลยเป็นคนร้ายลักทรัพย์นั้นมาร หรือมิฉะนั้นจำเลยก็รับเอาทรัพย์ดังกล่าวแล้ว ไว้จากโจรโดยรู้ว่าเป็นของร้ายได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา 293, 294, 321 คงถือได้ว่า ฟ้องดังกล่าวได้มีวันเดือนปีที่หาว่าจำเลยทำ ผิดไว้แล้ว เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 158(5) แล้ว.โจทก์ฟ้องว่า เมื่อเวลาค่ำคืนระหว่างวันที่ ๖ -๗ พฤศจิกายน ๒๔๙๔ คนร้ายได้เข้าไปในห้องเรคือนเคหะสถานของพลทหาร ทนง ทองอินทร์ โดยไม่ได้รับอนุญาต และได้ลักทรัพย์ต่าง ๆของพลทหารทนงซึ่งเก็บไว้ในเคหะสถานนั้นไปหลายอย่าง ตามบัญชีท้ายฟ้องรวมราคา ๘๑๕๗ บาท ต่อมาในวันที่ ๗ เดือนเดียวกัน เวลากลางวัน เจ้าทรัพย์และเจ้าพนักงานตำรวจค้นได้เข็มทิศ ๑ อัน ฯลฯ ได้จากลิ้นชักตู้ของจำเลย ทั้งนี้โดยจำเลยกับพวกสมคบกันลักทรัพย์ทั้งหมดนั้นมา หรือมิฉะนั้นจำเลยก็รับเอาทรัพย์ดังกล่าวแล้วไว้จากโจร โดยรู้ว่าเป็นของร้ายได้มาจากการกระทำผิดกฎฎหมาย ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๙๓, ๒๙๔, ๓๒๑. จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่า ตามฟ้องยังเข้าใจไม่ได้ว่า โจทก์กล่าวหาว่า จำเลยลักทรัพย์หรือรับของโจร เมื่อวันเดือนปีใด จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ฟ้องโจทก์แบ่งการกล่าวหาออกเป็น ๒ ระยะ คือระยะแรกหาว่า ระหว่างวันที่ ๖ - ๗ พฤศจิกายน ๒๔๙๔ เวลาค่ำคืน จำเลยเป็นคนร้ายลักทรัพย์รายนี้ ในระยะที่ ๒ คือเวลาค่ำคืนระหว่างวันที่ ๖