ปัญหาว่าคดีขาดอายุความหรือไม่ และจำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าเช่าให้โจทก์หรือไม่
อายุความสะดุดหยุดลงจนกว่าคดีจะถึงที่สุดตาม ป.พ.พ. มาตรา 173, 175 และ 181
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ที่ให้นางสำเนียงชดใช้เงินจำนวนนี้ให้นายประสงค์ (โจทก์)
โจทก์เช่าเครื่องฉายภาพยนต์จากนายลิขิตไปฉายที่โรงภาพยนต์ของจำเลย ต่อมานายลิขิตเลิกสัญญา โจทก์เรียกคืนจากจำเลยแต่จำเลยไม่ยอมคืน นายลิขิตฟ้องโจทก์ โจทก์ขอให้ศาลเรียกจำเลยเข้ามาเป็นจำเลยร่วมในคดีเดิม ศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์และจำเลยส่งคืนแก่นายลิขิต โดยไม่ชี้ขาดสิทธิระหว่างโจทก์และจำเลย แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1298/2497นายประสงค์ เกษมราษฎร์โจทก์นางสำเนียง ชีพธำรงจำเลย ป.พ.พ. ม. 173, ม. 175, โจทก์เช่าเครื่องฉายภาพยนต์จากนายลิขิต มาฉายโรงภาพยนต์ของจำเลย ต่อมานายลิขิตบอกเลิกสัญญากับโจทก์ ๆ เรียกคืนจากจำเลย ๆ ไม่ยอมคืนนายลิขิตจึงฟ้องโจทก์ ๆ ได้ขอให้ศาลเรียกจำเลยเข้ามาเป็นจำเลยร่วม เพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้องให้เสร็จสิ้นไป คดีถึงที่สุดชั้นฎีกาพิพากษาให้โจทก์และจำเลยส่งคืนแก่นายลิขิต โดยไม่ชี้ขาดสิทธิและหน้าที่ระหว่างโจทก์และจำเลย แต่ไม่ตัดสิทธิของโจทก์ที่จะว่ากล่าวแก่จำเลย ดังนี้ อายุความฟ้องคดีย่อมสดุดหยุดลง จนกว่าคดีจะถึงที่สุดตาม ป.พ.พ.ม.173,175,และ 181 และเมื่อโจทก์มาฟ้องคดีนี้หลังคดีก่อนถึงที่สุดเพียง 3-4 เดือนคดีจึงไม่ขาดอายุความโจทย์ฟ้องว่า โจทก์เช่าเครื่องฉายภาพยนต์เสียงพร้อมด้วยเครื่องอุปกรณ์จากนายลิขิตนำไปฉายที่โรงภาพยนต์ของจำเลยที่จังหวัดพิษณุโลก ต่อมานายลิขิตเลิกสัญญาให้โจทก์ส่งคืน โจทก์แจ้งให้จำเลยส่งคืนจำเลยไม่ยอมคืน อ้างว่าเอาหักชำระใช้หนี้ที่นายลิขิตเป็นหนี้จำเลยอยู่แล้ว ที่สุดนายลิขิตฟ้องโจทก์ ๆ ได้ใช้ให้นายลิขิตไปแล้ว คิดเป็นค่าเช่า ค่าดอกเบี้ยและอื่นรวม ๓๐,๙๒๒ บาท ๙๑ สตางค์ ขอให้จำเลยชำระ จำเลยปฏิเสธความรับผิดและตัดฟ้องว่าคดีขาดอายุความ ค่าเสียหายต่าง ๆ บางอย่างที่โจทก์ขอได้ยุติกันแล้วเพียงศาลล่างคงเหลือมาสู่ศาลฎีกาเพียงค่าเช่า ๕ ปี ๙ เดือนครึ่ง คิดเป็นเงิน ๒๑,๗๑๘ บาท๗๕ สตางค์ ซึ่งศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องแต่ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยรับผิดใช้ให้โจทก์และจำเลยฎีกาต่อมา ศาลฎีกาเห็นว่า ในสำนวนคดีเดิมแพ่งแดงที่ ๑๘๕/๒๔๙๑ นายประสงค์ (โจทก์คดีนี้) ได้ขอให้ศาลเรียกนางสำเนียงเข้ามาเป็นจำเลยร่วมเพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้องให้เสร็จสิ้น