ความผิดฐานแจ้งความเท็จกับฐานฉ้อโกง และการไม่เสียค่าภาคหลวงเป็นคดีแพ่งหรืออาญา
การที่จำเลยเพียงให้คนนำใบเสร็จของผู้อื่นไปแจ้งความเท็จว่าเป็นของตน โดยเจ้าพนักงานเป็นผู้สลักหลังใบเสร็จเอง ไม่ใช่จำเลยบอกให้จดลง ไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 226 แต่เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จตามมาตรา 118 ส่วนการไม่เสียค่าภาคหลวงนำไม้ผ่านด่าน เมื่อพระราชบัญญัติที่โจทก์อ้างมิได้กำหนดโทษไว้ จึงเป็นค
ศาลฎีกาตัดสินแก้: จำเลยไม่มีผิดตามมาตรา 226, มีผิดตามมาตรา 118 ให้ปรับ 15 บาทตามศาลเดิม, ส่วนค่าภาคหลวงเป็นคดีแพ่งให้ยกเสีย, นอกนั้นยืนตามศาลอุทธรณ์
จำเลยใช้ให้ลูกจ้างนำไม้กระยาเลย 242 ต้น พร้อมใบเสร็จเก็บเงินค่าภาคหลวงของผู้อื่นไปแสดงต่อเจ้าพนักงานด่านภาษีว่าไม้ของจำเลยได้เสียภาษีแล้ว เจ้าพนักงานหลงเชื่อจึงสลักหลังใบเสร็จและยอมให้จำเลยนำไม้ผ่านไป
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 854/2472อัยยการราชบุรีโจทก์นายโต ขุนยงค์จำเลย ป.อ. ม. 118 พ.ร.บ.รักษาป่าไม้ พ.ศ.2456 เอาใบเสร็จเก็บเงินค่าภาคหลวงของคนอื่นไปกล่าวเท็จให้เจ้าพนักงานสลักหลังอนุญาตให้นำไม้ผ่านด่าน มีผิดตามมาตราข้างบน พ.ร.บ.รักษาป่าไม้ พ.ศ.2456 วิธีพิจารณาแพ่งอาญา การไม่เสียเงินค่าภาคหลวงนำไม้ผ่านด่านนั้นเป็นคดีแพ่ง โจทก์ฟ้องต้องปิดสะแตมป์จำเลยใช้ อ.ลูกจ้างนำไม้กระยาเลย ๒๔๒ ต้นกับใบเสร็จเก็บเงินค่าภาคหลวงของ ป.ค.ง. ไปแสดงความเท็จเจ้าพนักงานด่านภาษีว่าไม้ของจำเลยได้เสียภาษีแล้ว เจ้าพนักงานหลงเชื่อจึงสลักหลังใบเสร็จเหล่านั้นและยอมให้จำเลยนำไม้ผ่านไป โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.รักษาป่าไม้ พ.ศ.๒๔๕๖ และกฎหมายอาญา ม.๑๑๘,๒๒๖ กับขอให้ใช้เงินค่าภาษี ๙ บาท ๖๘ สตางค์ด้วย ศาลเดิมตัดสินว่าจำเลยมีผิดตามพ.ร.บ.รักษาป่าไม้ พ.ศ.๒๔๕๖ และกฎข้อบังคับจัดการป่าไม้ พ.ศ.๒๔๕๖ ข้อ ๑๖ กะทงหนึ่ง ให้ปรับ ๓๐ บาทและผิดตามกฎหมายอาญา ม.๑๑๘ กะทงหนึ่งให้ปรับ ๓๐ บาท จำคุก ๑ เดือน ให้ลดฐานรับสารภาพตาม ม.๕๙ เสียกึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลย ๒ กะทง ๓๐ บาท โทษจำคุกให้ยกเสียตาม ม.๔๐ ส่วนข้อที่ขอให้จำเลยใช้ค่าภาคหลวงไม่รับวินิจฉัยเพราะโจทก์ไม่ปิดสะแตมป์ค่าฤชาธรรมเนียม ศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ว่าจำเลยมีผิดตามกฎหมายอาญา ม.๒๒๖ ให้จำคุก ๓ เดือน ลดตาม ม.๕๙ กึ่งหนึ่งคงจำคุก ๑ เดือน ๑๕ วัน และให้ใช้ค่าภาคหลวง ๙ บาท ๖๘ สตางค์ เพราะความผิดของจำเลยเข้าลักษณฉ้อโกง โจทก์ไม่ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมตาม พ.ร.บ.เพิ่มเติมวิธีพิจารณาความอาญา ร.ศ.๑๒๖ ม.๑-๖ นอกจากนี้ให้ยกเสีย จำเลยฎีกาข้อเท็จจริงแลข้อกฎหมายว่าค่าภาคหลวงเป็นคดีแพ่ง และที่ศาลอุทธรณ์ตัดสินลงโทษจำเลยตาม ม.๒๒๖ ยังไม่ชอบ ศาลฎีกาตัดสินแก้ว่าจ