การลอบเอาแหวนใส่กระเป๋าเจ้าพนักงานขณะตรวจค้น เป็นความผิดฐานใส่เท็จทำพยานตามมาตรา 159 หรือเป็นเพียงการตระเตรียม และศาลจะลงโทษเกินคำขอได้หรือไม่
การใส่เท็จทำพยานเพื่อให้เห็นว่าความผิดฐานลักทรัพย์ได้เกิดขึ้น เป็นความผิดสำเร็จตามมาตรา 159 ไม่ใช่การตระเตรียม และศาลต้องพิพากษาตามคำขอของโจทก์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 แม้ความผิดจะสำเร็จก็ลงโทษได้เพียงเท่าที่โจทก์ขอ
จำเลยมีความผิดตามมาตรา 60 ประกอบมาตรา 159 ให้ลงโทษจำคุก 8 เดือน ตามที่โจทก์ขอ
โจทก์เป็นนายตรวจสุราไปตรวจฝิ่นและสุราที่บ้านจำเลย ขณะพิสูจน์ฝิ่น จำเลยลอบเอาแหวนใส่กระเป๋าเสื้อโจทก์แล้วกล่าวหาโจทก์ว่าเก็บแหวนที่บุตรจำเลยทำหาย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 539/2479นายสงวน กฤษณสุวรรณ์โจทก์นางอ่อน แซ่ฉั่วจำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 159-60 ป.วิ.อ. ม. 192, จำเลยบังอาจลอบเอาแหวนซุกใส่ในกระเป๋าเจ้าพนักงานซึ่งเข้าไปทำการตรวจค้นที่บ้านจำเลยโดยสงสัยว่าจะมีของต้องห้าม ถือว่าการกระทำของจำเลยเป็นการใส่เท็จทำพะยานเพื่อให้เห็นว่าเจ้าพนักงานลักทรัพย์ดังนี้ จำเลยต้องมีผิดตามม.159 แต่ไม่มีผิดตาม ม.157 ประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.192 วิธีพิจารณาอาญาตัดสินไม่เกินคำขอ เมื่อโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยเพียงฐานพยายาม แม้จะปรากฎว่าเป็นความผิดสำเร็จ ศาลก็ลงโทษได้เพียงเท่าที่โจทก์ขอโจทก์เป็นนายตรวจสุราได้ไปตรวจฝิ่นแลสุราที่บ้านจำเลย ขณะพิศูจน์ฝิ่นอยู่จำเลยได้ลอยเอาแหวนใส่กระเป๋าเสื้อโจทก์แล้วหาว่าแหวนจำเลยหายไป แลว่าโจทก์เก็บแหวนซึ่งบุตร์จำเลยทำหายได้ได้ความดังนี้ ศาลล่างเห็นว่าข้อเท็จจริงมีทางสันนิษฐานได้หลายทาง คืออาจเป็นว่าทำหลักฐานพะยานเท็จ ร้องเรียนเท็จแจ้งความเท็จหรือเป็นเพียงคั่นพยายามเห็นว่าเป็นแต่เพียงคั่นเตรียมการ ยังห่างไกลต่อความผิด จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยเอาแหวนลอบใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อโจทก์ นับว่าเป็นการใส่เท็จทำพะยานเพื่อจะให้เห็นว่าความผิดฐานลักทรัพย์ได้เกิดขึ้น จำเลยต้องมีผิดตาม ม.๑๕๙ แต่เห็นว่าจำเลยไม่ได้นำมาอ้างในการพิจารณาคดี จึงไม่มีผิดตาม ม.๑๕๖-๑๕๗ จึงให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๖๐-๑๕๙ มีกำหนด ๘ เดือนเพียงเท่าที่โจทก์ขอ(อิศร-นล-ดูปลาตร์)ศาลชั้นต้น - ศาลอุทธรณ์ - พระ+แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ